เผยความในใจครั้งแรกของครอบครัววศิน เหลืองแจ่ม หลังโจรฆ่าชิงไอโฟน


คุณคิดว่า..เรื่องสะเทือนขวัญขนาดนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวคุณแค่ไหน ?
หากวันใด..สิ่งนี้มาเกิดกับครอบครัวเราบ้างจะทำใจได้ไหม ?
ถ้าไม่ได้..ต้องทำอย่างไร ที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไป ?
   .................................

หลังจากคลิปฆาตกรรมสดไวรัลสะพัดไปในโลกโซเชียลจนเป็นประเด็นสะเทือนขวัญคนไทยภายในชั่วข้ามคืน ทำให้เกิดกระแสจนผู้คนหันมาระวังภัยที่อาจเกิดกับตัวเองมากขึ้น เพราะสิ่งนี้หลายคนก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับตัวเอง เพราะแม้แต่คนใกล้ตัวผู้เคราะห์ร้ายก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า..เหตุการณ์อันเหี้ยมโหดจะมาเกิดขึ้นกับคนที่เขารักอย่างฉับพลันขนาดนี้ !!!

จากปูมหลังของ ครอบครัวเหลืองแจ่ม เราพบว่า..เป็นครอบครัวมีฐานะเพียบพร้อมที่สมบูรณ์มาก เพราะคุณพ่อมีดีกรีเป็นถึงระดับดอกเตอร์ซึ่งเป็นนักวิจัยระดับประเทศ ที่ถูกเลือกให้ไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่น (ดร.เจษฏา เหลืองแจ่ม) ส่วน คุณแม่นิราพร ก็มีจิตวิทยาการเลี้ยงลูกสูง เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเปิดเนอสเซอรี่มามากกว่า 10 ปี จึงทำให้ผู้หญิงคนนี้ทำหน้าที่แม่ได้สมบูรณ์มากๆ จนลูกทั้ง 3 คนได้รับความอบอุ่นอย่างเหลือเฟือ ซึ่งลูกผู้โชคดีนั้นก็คือ  แมลงปอ มะปราง และ มะปิน (วศิน) เหยื่อผู้จบชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียง 25 ปี

ว่าไปแล้ว..ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ครอบครัวนี้..จะเป็นครอบครัวในอุดมคติที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะลูกทุกคนเรียนดี มีอาชีพการงานที่ดี และที่สำคัญ..ผู้เป็นพ่อแม่ก็ไม่เคยมีความทุกข์ใจในเรื่องลูกเกเรเลย

คุณอยากรู้ไหม..ว่าครอบครัวนี้ทำอย่างไร ?

คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูมะปินอย่างไร ?

“เนื่องจากคุณตาคุณยายของมะปินปลูกฝังเรื่องธรรมะให้แม่ตั้งแต่เด็กๆ เพราะท่านเข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยเหตุนี้..พอแม่มีลูก..ก็ได้ปลูกฝังให้ลูกทุกคนรักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิ และไปวัดตั้งแต่เล็กๆ เหมือนกัน จนกระทั่งมะปินอายุ 13 ปี แม่ก็ให้มะปินบวชสามเณรที่วัดป่า และพออายุครบ 14 ปี มะปินก็ขออนุญาตแม่บวชในโครงการมัชฌิมธรรมทายาทภาคฤดูร้อนอีก

จากการให้ลูกศึกษาธรรมะนี่เอง ทำให้มะปินเป็นคนจิตใจอ่อนโยน รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความสุขในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเกิดจิตอาสาอยากเข้ามาบำเพ็ญประโยชน์ช่วยงานวัด โดยมาเป็นอาสาสมัครทุกวันอาทิตย์ ซึ่งตรงนี้ทำให้เราหมดห่วง ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะไปติดยา หรือเข้าไปอยู่ในวงจรสุ่มเสี่ยง เพราะการมาวัดเป็นการชักนำให้ลูกไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อีกทั้งวัดยังมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์รองรับ จนมะปินถึงกับพูดว่า.. “แม่ครับ..ผมภูมิใจที่ได้เป็นเด็กดีวีสตาร์รุ่น 1 และรู้สึกได้บุญเยอะที่ได้มาเป็นอาสาสมัคร”

จากกิจกรรมตรงนี้เอง..ทำให้มะปินมีพัฒนาการจนมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เร็วมาก และพอมะปินเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็มีจิตอาสาเสียสละเพื่อสังคมด้วยตัวเขาเองจากสิ่งที่ถูกหล่อหลอมมาจากวัด

มะปินชอบทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคมหลายอย่าง เช่น ทำงานสโมสรนิสิต จัดค่ายอาสาพัฒนาชนบท ออกไปช่วยเด็กกำพร้า ซึ่งการช่วยเหลือเด็กกำพร้านี้..เป็นสิ่งที่มะปินคุ้นเคยอยู่แล้ว เพราะครอบครัวเราก็รับเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์นำเด็กกำพร้าตั้งแต่เป็นทารกมาช่วยเลี้ยงที่บ้านเหมือนเป็นลูกเราคนหนึ่ง ซึ่งเราก็รับเลี้ยงไปหลายคนแล้ว”

ภูมิใจอะไรในตัวมะปิน ?

“ตลอด 25 ปีที่เรามีลูกอยู่ด้วย เราได้ให้ความรัก ให้เวลา ให้ความอบอุ่นและดูแลมะปินเต็มที่ ทำนองเดียวกันมะปินก็ทำหน้าที่ลูกชายคนเล็กอย่างดีที่สุดเหมือนกัน มะปินเป็นคนที่ห่วงใยและรักครอบครัวมาก เวลาไปไหนมาไหนจะบอกแม่ทุกครั้ง เราจะกอดกันก่อนออกจากบ้าน แม้มะปินเรียนจบ ป.ตรี เริ่มหาประสบการณ์โดยการทำงานแล้ว เราก็ยังทำข้าวกล่องไปให้ลูกกินที่ทำงานด้วยทุกวัน ไม่ใช่เพราะเราไม่มีฐานะที่จะให้ลูกซื้อข้าวกินเอง แต่เป็นเพราะลูกมีความสุขที่จะได้กินข้าวที่ผสมความรักของแม่อยู่ในนั้นด้วย

มะปินเป็นคนเคารพและรักพี่ๆ มาก เขาจะขับรถคอยไปส่งพี่สาวคนรองเพื่อไปสอนเปียโนทุกวันเสาร์ และไปรับหมาจากพี่สาวคนโตมาดูแลให้ช่วงที่พี่สาวคนโตติดงานอยู่เสมอ

และที่เราภูมิใจที่สุด มะปินได้ทำหน้าที่ลูกชายที่สมบูรณ์ที่สุด คือ บวชพระให้พ่อแม่เองโดยไม่ได้ขอร้องอะไรเขาเลย เราปลื้มที่ลูกบวช เพราะแม้จะรักลูกแค่ไหน เราก็ตามไปดูแลลูกตลอดเวลาไม่ได้ เนื่องจากเราต้องตายจากกันสักวัน แต่การที่มะปินบวชพระ บุญตรงนี้..จะตามดูแลมะปินแทนเรา บุญจะช่วยให้มะปินมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ทุกภพทุกชาติ”

มะปินวางแผนในอนาคตไว้อย่างไร ?

“หลังจากมะปินเรียนจบ ป.ตรี มศว. ก็มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักบิน ก็เลยลองสมัครเข้าทำงานที่สายการบินแห่งหนึ่งก่อน เพื่อเข้าไปสัมผัสว่า..ใช่งานที่ตัวเองชอบไหม หลังจากนั้นพอมั่นใจแล้วว่า..อยากจะเป็นนักบินจริงๆ จึงลาออกเพื่อมาเรียนต่อ ซึ่งคุณพ่อก็บอกว่า..จะส่งมะปินเรียนจนจบ เพื่อทำฝันของลูกชายที่รักที่สุดคนนี้ให้เป็นจริงให้ได้

แต่ด้วยความรักและเกรงใจพ่อมาก มะปินจึงอยากหางานทำเพื่อจะได้หาเงินแบ่งเบาคุณพ่อบ้าง จึงไปทำงานพาร์ทไทม์ถ่ายทอดสดทางเว็บไซต์ ซึ่งต้องทำงานกลางคืนกว่าจะกลับถึงบ้านก็ตี 4-5

การที่มะปินทำงานกะดึกและกลับบ้านเวลานี้ ทุกคนในบ้านรู้สึกเป็นห่วงมะปินมาก มะปินจึงขอเปลี่ยนเวลามาทำงานกะเช้า แต่วันสุดท้ายที่ต้องทำงานกะดึกก็ต้องเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดถึงขั้นต้องแลกด้วยชีวิต คือ  โดนโจรฆ่าตอนประมาณ 4 ทุ่ม ขณะที่มาซื้อของบริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27

ก่อนมะปินเสียชีวิตมีลางสังหรณ์อะไรไหม ?

แมลงปอ : “วันนั้น..มีเหตุที่ทำให้น้องชายไปหาทั้งๆ ที่ไม่มีธุระอะไรมาก พอเจอกัน..เราก็ได้กอดน้องชายเป็นปกติ โดยที่ไม่รู้ว่า..นั้นคือการกอดน้องที่เรารักที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย”

คุณแม่ : “ปกติตอนครอบครัวเราชวนกันไปตักบาตรที่วัด มะปินเขาจะรับบุญเป็นอาสาสมัครถ่ายภาพในพิธีตักบาตร ซึ่งจะไม่มีเวลามาถ่ายรูปพร้อมกัน แต่งานตักบาตรครั้งล่าสุดที่ผ่านมา แปลกที่..มะปินมาขอถ่ายรูปร่วมกับพ่อแม่ ซึ่งตอนถ่ายแม่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นการถ่ายรูประหว่างเรากับลูกชายครั้งสุดท้าย”

มะปราง : “สัปดาห์ก่อนที่มะปินจะจากพวกเราไป รู้สึกเหวงๆ เหมือนต้องสูญเสียอะไรครั้งยิ่งใหญ่สักอย่าง แต่พอถามตัวเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะต้องสูญเสียอะไรไป ซึ่งช่วงนั้นก็พยายามไปสวดธรรมจักรเพื่อให้เรารู้สึกดีขึ้น

..ที่น่าแปลกมากกว่านั้น คือ ปกติมะปินจะห้อยพระที่หลวงพ่อมอบให้ติดตัวตลอดเวลา แต่วันนั้นเกิดไม่ได้ห้อย ซึ่งก็คงเป็นคราวเคราะห์ของมะปินจริงๆ ซึ่งตรงจุดนี้..มะปรางเจอกับตัวเองเลย เพราะมีครั้งหนึ่งที่มะปรางลืมห้อยพระ วันนั้นก็ประสบอุบัติเหตุเลย

การห้อยพระติดตัว มะปรางไม่อยากให้มองว่า..เป็นเรื่องงมงาย เพราะหากมีเหตุอะไรเกิดขึ้น เวลาเราตกใจ..ใจเราจะนึกถึงพระได้ง่าย เมื่อเวลานึกถึงพระ นึกถึงบุญ บุญที่เราเคยทำไว้ก็จะชิงช่วงแทรกเข้ามาตัดรอนวิบากกรรมให้เราแคล้วคลาด”

ทันทีที่ทราบข่าวการตายคิดอย่างไร ?

“ตอนแรกคุณพ่อไม่เชื่อ เพราะไม่คิดว่า..เรื่องอย่างนี้จะมาเกิดในครอบครัวของเรา ส่วนมะปรางร้องไห้เลย คือ ทำอะไรก็น้ำตาไหลเป็นอัตโนมัติ เพราะการจากไปครั้งนี้มันกะทันหันเกินไป

จริงๆ คนในครอบครัวเราทุกคนอาจต้องทุกข์ใจจนระงับสติไม่ได้ แต่เป็นเพราะทุกคนมีธรรมะเป็นที่พึ่ง โดยเฉพาะคุณแม่ เนื่องจากเข้าวัดปฏิบัติธรรมกันทั้งบ้าน เราจึงมีสติ เข้มแข็ง จับแง่คิดเพื่อเดินต่อไปข้างหน้าให้ได้”

มะปินทำบุญตั้งเยอะ..ทำไมบุญไม่ช่วย ?

ถ้าเราเอาแต่ทำบุญบริจาคเงินแต่ไม่ได้ศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง เราก็คงคิดอย่างนี้ แล้วอาจเลิกทำบุญไปเลย ดีเหมือนกันที่ถามคำถามนี้ เพราะเราเชื่อว่า..มีคนไม่เข้าใจจุดนี้อีกเยอะมาก ซึ่งจุดนี้อยากให้เข้าใจความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่า..คนเรามีกรรมเก่าในอดีตชาติที่เราทำมากันทุกคน ขนาดพระโมคคัลลานะ ที่เป็นถึงอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ท่านจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มีฤทธิ์สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้แล้ว แต่ด้วยวิบากกรรมเก่าที่ท่านเคยทุบตีพ่อแม่มาในอดีตชาติ จึงทำให้ท่านต้องโดนโจรทุบตีจนมรณภาพก่อนเข้านิพพานเลย หรือหากเราได้ศึกษาจาก อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัตตวรรคที่ 12 เรื่องอุบาสกชื่อมหากาล ซึ่งเป็นคนดีมาก แถมกำลังรักษาศีล 8 อยู่แท้ๆ แต่อยู่ๆ โจรก็เอาของกลางที่ขโมยมาโยนทิ้งไว้ที่มหากาล พอชาวบ้านวิ่งตามมาเห็น ก็เข้าใจว่ามหากาลเป็นโจร จึงรุมทุบตีจนมหากาลตายคาที่ ซึ่งเหตุการณ์นี้..ดูเหมือนไม่ยุติธรรมเลย ที่คนทำดีมาทั้งชีวิต แต่อยู่ๆ ก็มาโดนรุมทุบจนตายทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของมหากาลเลย แต่หากเรามาศึกษาถึงวิบากกรรมเก่าของมหากาล ก็จะพบว่า..ในอดีตชาติมหากาลได้เอาแก้วมณีไปซ่อนไว้ในรถของชายคนหนึ่ง เพื่อจงใจจะใส่ร้ายว่าเค้าเป็นโจร และพอเจ้าหน้าที่มาค้นเจอแก้วมณีว่าอยู่บนรถของชายผู้นั้น ชายผู้นั้นก็โดนเจ้าหน้าที่รุมทุบตีจนตายเช่นกัน...

อย่างเรื่องของมะปินก็เช่นกัน จากการที่เราศึกษาธรรมะมามาก ก็จะทำให้เรามองอะไรเป็นไปตามความเป็นจริงได้มากขึ้น ดังนั้นทุกชีวิตไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าจะยากดีมีจน เราก็ประมาทไม่ได้เลย เพราะเราไม่รู้ว่าอดีตชาติเราสร้างวิบากกรรมอะไรมาบ้าง แล้วกรรมนั้นจะตามส่งผลตัดรอนเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉะนั้น..อะไรที่ไม่ดีเราอย่าไปทำเพิ่มอีกเลย และหมั่นเร่งสร้างกรรมดี โดยการทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ เพื่อให้ชีวิตเราเจอแต่สิ่งที่ดีเท่านั้น”

คิดอย่างไรกับโจรที่ฆ่ามะปิน ?

“ถ้าเราไม่ได้ศึกษาธรรมะมาก่อน เราคงจะผูกอาฆาต ตามล้างแค้นคืนให้ถึงที่สุด แต่เป็นเพราะคำสอนที่หลวงพ่อสอนให้เราเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เราจึงทำใจได้ว่า..เป็นวิบากกรรมเก่าของมะปินเอง เราไม่โทษใครเลย เราให้อภัย ไม่อาฆาตแค้นอะไรทั้งนั้น  ซึ่งคุณแม่ก็บอกลูกๆ ว่า..เป็นเพราะมะปินมีบุญอยู่กับพวกเราแค่นี้

หลังจากทราบประวัติของโจรที่ฆ่ามะปินแล้วคิดอย่างไร ?

“ตกใจที่โจรติดคุกมา 8 ครั้ง เข้าคุกตั้งแต่อายุ 13 ขวบ ตรงข้ามกับมะปินที่เข้าวัดและบวชตั้งแต่ 13 ขวบ ตรงนี้ทำให้เราเห็นถึงจุดหักเหชีวิตของเยาวชนไทยได้ชัดเจนมากๆ มาถึงจุดนี้เรารู้สึกคิดไม่ผิดเลยที่ส่งเสริมให้มะปินเข้าวัดตั้งแต่เล็กๆ จนเขามีภูมิต้านทานที่จะไม่กลายเป็นคนไม่ดีในอนาคตโดยไม่ได้ตั้งใจ

ประวัติของโจรทำให้เราสะเทือนใจมาก เพราะกว่าจะมาถึงคิวของมะปิน ก็มีคนดีๆ ที่ตกเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไปแล้วไม่รู้กี่คน แล้วคนต่อไปจะต้องเป็นใคร จะเป็นคนใกล้ตัวเราอีกหรือเปล่า แล้วเราต้องเสียคนดีๆ ของสังคมไปอีกสักกี่คน”

คนไทยควรแก้ปัญหานี้อย่างไรที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ?

“จากเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า..เราเป็นคนดีในสังคมคนเดียวไม่ได้ แม้มะปินจะเป็นเด็กดี อยู่ในครอบครัวที่ดี อยู่ในหมู่เพื่อนที่ดี แต่มะปินก็ต้องมาตายเพราะคนไม่ดีทำร้ายจนเสียชีวิต

ดังนั้น เราต้องทำให้สังคมโดยรวมมีศีลธรรมไปพร้อมๆ กับเรา เพื่อเราจะได้อยู่อย่างปลอดภัย

เราอยากให้พ่อแม่ทุกคนเห็นคุณค่าของการปลูกฝังศีลธรรมให้ลูกหลานตั้งแต่เด็กๆ คือ ให้เขาเข้าวัดไหนก็ได้ที่เราศรัทธาและชอบ เพื่อให้ธรรมะได้ขัดเกลาจิตใจของเขาทีละเล็กละน้อย จนเขามีภูมิต้านทานต่อสิ่งไม่ดีอย่างมั่นคง

ตรงจุดนี้เอง เมื่อก่อนครอบครัวเราก็ไม่เข้าใจอะไรลึกซึ้งในสิ่งที่หลวงพ่อสอนว่า..เราต้องทำหน้าที่กัลยาณมิตรชวนคนอื่นให้มาทำความดีกับเราด้วย ซึ่งหลวงพ่อก็จัดโครงการรองรับตรงนี้มาตลอด เช่น บวชพระฟรีแสนรูป บวชสามเณรฟรีล้านรูป ทุกจังหวัดทั่วไทย คือ สะดวกที่ไหนก็ไปบวชที่นั่น   เพราะหลวงพ่อเล็งเห็นว่า..ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะช่วยขัดเกลาให้จิตใจเขาอ่อนโยน รู้จักบาปบุญคุณโทษ และไม่อยากทำผิดศีล ซึ่งตรงนี้เอง หากมีคนดีๆ มีคนรักษาศีลอยู่เต็มสังคม เราก็จะอยู่ในสังคมอย่างปลอดภัยขึ้น และจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายอย่างนี้

พอถึงประโยคนี้ หลายคนอาจคิดว่าเราเพ้อฝัน เพราะมันดูไกลเหลือเกินที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าเราไม่เริ่มนับ 1 ที่ตัวเองหรือไม่เริ่มอะไรเลย เราคงต้องอยู่ในสังคมนี้อย่างหวาดระแวงต่อไป และต้องสูญเสียคนดีๆ สูญเสียคนที่เรารักต่อไปอีกไม่รู้กี่คน ซึ่งคนนั้นอาจเป็นเราหรือคนใกล้ตัวเราสักวัน

ณ วันนี้ เราเข้าใจสิ่งนี้ลึกซึ้งเลย เข้าใจแล้วว่า..ทำไมเราเป็นคนดีเพียงคนเดียวไม่ได้ ทำไมต้องชวนคนอื่นให้มาเป็นคนดีด้วย...”

Cr. ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์ 

คลิปบัณฑิต มศว.ถูกฆ่าชิงไอโฟน

ทำแผนคนร้ายฆ่าปาดคอ'หนุ่ม มศว.'ชิงไอโฟน

มะปิน-มะปราง และคุณแม่ ออกรายการทุ่งแสงตะวันตอนเด็กๆ 

กระทู้พันทิป อาลัยรักจากอาจารย์ มศว. ถึงมะปิน 



































เผยความในใจครั้งแรกของครอบครัววศิน เหลืองแจ่ม หลังโจรฆ่าชิงไอโฟน เผยความในใจครั้งแรกของครอบครัววศิน เหลืองแจ่ม หลังโจรฆ่าชิงไอโฟน Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 18:33 Rating: 5

38 ความคิดเห็น:

  1. เข้าใจเลยทำไมพระพุทธเจ้าจึงเน้นว่า...กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์

    ตอบลบ
  2. ขอให้น้องมะปินกลับสู่ดุสิตบุรีด้วยเทอญ สาธุ

    ตอบลบ
  3. น้องมะปินไปพักที่ดุสิตบุรีช่วงนี้คงมากราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อเพื่อรับธรรมะและคงวนเวียนอยู่รอบมหาธรรมกายเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์เพื่อตรึกระลึกนึกถึงบุญที่ได้สร้างพระเจดีย์และทุกๆบุญที่ทำกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยบุญที่ได้สั่งสมทำไว้อย่างดีแล้วกับครอบครัวและคณะพระภิกษุสงฆ์รวมถึงหมู่คณะที่วัดพระธรรมกายสาธุุค่ะ

    ตอบลบ
  4. อึ้ง_พูดไม่ออก
    บอกได้แต่ว่า ทั้งครอบครัวนี้ นับได้ว่า
    เป็นยอดคน

    ตอบลบ
  5. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเหลืองแจ่มที่สมาชิกในครอบครัวต้องจากไปด้วยวิบากก่อนวัยอันควรและขอชื่นชมอนุโมทนาสาธุการกับการที่ได้เผยแผ่แง่มุมแนวคิดดีๆเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในภพสามนี้
    ขอให้น้องมะปินพักให้สบายในภพภูมิที่น้องปราถนาเทอญ

    ตอบลบ
  6. นี่คือคำตอบ เราเป็นคนดีเพียงคนเดียวไม่ได้ หลวงพ่อธัมมชโย ท่านมีโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ให้ทุกคนได้มีความสุขกับธรรมะภายใน ด้วยทาน-ศีล-ภาวนา เราจึงมาช่วยกันทำให้สังคมโลกสงบด้วยสันติสุขภายใน
    น้องมะปินเป็นคนดี สังคมควรเอาเป็นแบบอย่าง

    ตอบลบ
  7. ขอแสดงเสียใจกับการจากไปของน้องมะปินด้วยค่ะและให้ดวงวิญญาณของน้องสู่สุคติภพด้วยเทอญ
    และจะนำเหตุการณ์นี้มาเตือนตัวเองไว้ให้มากว่าอย่าประมาทในชีวิต แม้เราเป็นคนดีแต่ถ้าคนรอบข้างไม่ดีก็อยู่ยากค่ะเพราะฉนั้นจะต้องทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้มากค่ะ

    ตอบลบ
  8. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เคยบอกว่าเราเป็นคนดี คนเดียวไม่ได้ และโลกยังต้องการกัลยาณมิตร
    ขอบุญส่งน้องสู่สวรรค์ชั้นดุสิตด้วยบุญที่น้องตั้งใจทำ

    ตอบลบ
  9. ขอให้น้องกลับไปพักผ่อนให้สบาย โชคดีเหลือเกินที่ครอบครัวและตัวน้องได้สร้างบุญและเข้าใจกฏแห่งกรรมการจองเวรจึงไม่มีผลอีกต่อไป สุดยอดครอบครัวต้นบุญต้นแบบจริงๆ อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  10. สู่สุขคติครับ. ดุสิตบุรี

    ตอบลบ
  11. ขอให้น้องมะปิน
    ไปสู่สุคติ...นะคะ

    บุญกุศลที่น้องทำไว้...จะคุ้มครองน้องค่ะ

    ตอบลบ
  12. อยากให้รัฐบาลหันมาปลูกฝังศีลธรรมให้กับคนในประเทศอย่างจริงจัง. อย่าเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนลืมมองถึงประโยชน์ส่วนรวม ปล่อยให้คนเป็นปัญหาสังคมอย่างเช่นทุกวันนี้ คงไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์กับใครอีกมากมายซ้ำแล้วซ้ำอีก ขอให้รัฐบาลและทุกฝ่ายทำอย่างจริงจัง

    ตอบลบ
  13. สู่สุคตินะคะ น้องมะปิน

    ตอบลบ
  14. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องวศินด้วยค่ะ และขอชื่นชมในความดีที่ให้อภัยทานแก่ฆาตกร เพราะพระพุทธเจ้าถือว่าเป็นมหาทาน ครอบครัวนี้ช่างมีจิตใจเมตตาจริงๆ

    ตอบลบ
  15. เป็นบทความที่ดี ที่ถ่ายทอดความเป็นครอบครัวเหลือแจ่มได้ชัดเจนมาก

    ขอให้ไปสู่สุขคติเทอญ

    ตอบลบ
  16. ขอให้น้องมะปิน..ไปสู่สุคตินะค่ะ
    เราเป็นคนดี คนเดียวไม่ได้..และโลกยังต้องการกัลยาณมิตร
    ใช่เลยค่ะ..คำนี้

    ตอบลบ
  17. อ่านแล้วประทับใจมาก ขอแชร์ต่อนะ

    ตอบลบ
  18. อนุโมทนาทุกบุญกับครอบครัวน้องมะปิน. น้องกลับดุสิตบุรีแล้ว

    ตอบลบ
  19. RIP ครับน้องมะปินและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเหลืองแจ่มด้วยครับ

    ตอบลบ
  20. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  21. อ่านแล้วประทับใจในความอบอุ่นของครอบครัว
    เหลืองแจ่ม เป็นเหมือนความทรงจำดีๆที่
    เป็นแรงบันดาลใจในการอยู่ร่วมกันในสังคม
    คือเข้าใจและพร้อมให้อภัยซึ่งกันและกัน
    โดยมีธรรมะและครอบครัวที่ดีที่คอยประคับประคองกัน

    ตอบลบ
  22. ตื่นหรือยังค่ะน้อง?
    หลักวิชาที่หลวงพ่อสอนน้องคงจำได้นะค่ะ
    ที่พักระหว่างทางของเราดุสิตบุรีนะค่ะ
    ตื่นนะค่ะตื่น,เทพบุตร!

    ตอบลบ
  23. การเลี้ยงดูบุตร การปลูกฝังนิสัยและการวางตัวของคนในครอบครัว ประเสริฐจริงๆค่ะ

    ตอบลบ
  24. พูดไม่ออกค่ะ..น้ำตามันไหล ขอแชร์นะค่ะ

    ตอบลบ
  25. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องมะปินและขอร่วมไว้อาลัยขอดวงวิญญาณสู่ดุสิตบุรีนะคะ

    ตอบลบ
  26. สาธุสาธุค่ะ อ่านแล้วปลื้มค่ะ

    ตอบลบ
  27. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตน้องมะปินด้วยคับ

    ตอบลบ
  28. อาลัยน้องมะปิน

    ตอบลบ
  29. ขอให้ไปสู่สุคติค่ะ เราจะจดจำความดีงามของน้องมะปินไว้ ขอสดงความเสียใจกับครอบครัว เหลืองแจ่มด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  30. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอย่างสุดซึ้งและขอแชร์เรื่องราวเพื่อให้เป็นคติธรรมเเละข้อคิดต่อสังคมต่อไปค่ะ

    ตอบลบ
  31. This is reason why Thailand must have an urgent practical moral training for youth…
    นี่เป็นเหตุผลว่า...ทำไมประเทศไทยต้องมีการฝึกฝนปฏิบัติศีลธรรมอย่างเร่งด่วนให้กับเยาวชน
    這就是為什麼泰國有迫切的實踐青年道德培訓的原因。
    ………………….

    ตอบลบ
  32. เสียใจด้วยอย่างสุดซึ้งครับ

    ตอบลบ
  33. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวดีๆที่ต้องเสียลูกชายอันเป็นสุดที่รักจริงๆครับ ขอให้ดวงวิญญาณของน้องมะปินจงไปสู่สรวงสวรค์ได้พบได้เจอแต่สิ่งที่ดีด้วยเถิดสาธุ

    ตอบลบ
  34. อ่านแล้วประทับใจมากเลยคะ ขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยกับครอบครัวทุกท่าน ร่วมส่งดวงวิญญาณของน้องมะปินไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นดุสิต ตลอดจนให้ครอบครัวเหลืองแจ่มของน้องมะปินได้เจอแต่สิ่งที่ดีๆด้วยเถิด สาธุๆคะ

    ตอบลบ
  35. อ่านแล้วอยากไปปฏิบัติธรรม

    ตอบลบ
  36. ขอให้น้องไปสู่สุขคติภพ นะครับ

    ตอบลบ
  37. ขอให้อำนาจของพระรัตนตรัย นำพาจิตวิญญาณของน้องปิน ไปสู่ภพภูมิ ที่สูงขึ้น
    ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ด้วยนะครับ

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.