สยบเซียนไฮโล



ความเร่าร้อนในการเล่นยังคงคุกรุ่นอยู่ทุกอนุวินาที ที่มีการ "เสี่ยง" ณ สถานที่แห่งนี้

ทหารพม่าชุดปฏิบัติการพิเศษกองพัน 262 นํากําลังกว่า 50 นาย จู่โจมจับกุมคนไทยครึ่งร้อย ที่ข้ามฝั่งไปเล่นการพนันป๊อกเด้งที่บ่อนบ้านแหลมไพร ประเทศพม่า...

บ่อนคาสิโน...ถูกเปิดขึ้นรอบประเทศของเรา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เซียนพนันมืออาชีพ ที่กัมพูชา พม่า มาเลเซีย มาเก๊า ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ฯลฯ โชคดีที่ประเทศเรายังไม่มีบ่อนคาสิโน แต่ก็ไม่ได้ปลอดจากแหล่งพนันแบบอื่นๆ

บ่อนเถื่อน...ที่รับแทงพนันฟุตบอล และหวยใต้ดิน แหล่งรวมของผู้หวังรวย ที่กรูกันเข้ามา ที่สุดก็..ล้มละลาย?

แหล่ง...พนัน! ยังคงเป็นที่สุมหัวของนักเล่น เป็นที่รวมของผู้คนทุกรูปแบบ เป็นแหล่งว่าจ้างงานผิดกฎหมายของผู้มีอิทธิพล เป็นบ่อเกิดของอาชญากรรม และบ่อนที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เซียนมีไม่ต่ำกว่า 5 แห่งในกรุงเทพฯ

ข้อมูลทางด้านอบายมุขกําลังถูกตีแผ่ เพื่อเตือนบรรดานักเล่น แต่พวกเขามิได้สะทกสะท้าน และยังคงดําเนินการเล่นต่อไป ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า

93...งวดนี้ มันต้อง 93 ซิ...น่...า ตัวเลขผุดขึ้นจากการตีความของภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า นกพิราบเคราะห์ร้าย ที่โบยบินเข้ามาในศาลา ด้วยเวรกรรมอันใดไม่มีใครทราบ มันถลา...มายังพัดลมใหญ่ที่กําลังหมุนด้วยความเร็วสูง เจ้ากรรม! ปีกของมันปะทะเข้ากับใบพัดอย่างแรง เสียงร้องดังขึ้นด้วยความเจ็บปวด ขนหลุดกระจุยพร้อมกับเลือดที่กระเด็นลงสู่พื้นที่ห่างจากหลังคา 6 เมตร ทันใดนั้นเอง...น้าตุ๋ย ต้องรีบละสายตาจากภาพนั้น ลงมองที่ตักทันที เลือด...หยดบนตักเธอ 3 หยด

9 เป็นตัวเลข ที่มีค่าในตัวสูงสุด ถูกแทนเหตุการณ์นกมาจากที่สูง

3 เป็นตัวเลข แทนเลือด 3 หยด ที่กระเด็นลงบนตักของเธอ

รวมเป็น 93

การตีความอย่างช่ำชอง เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและรอการพิสูจน์ในวินาทีลุ้นระทึก ที่ทําให้น้าตุ๋ยตื่นเต้นทุก 15 วัน หมายเลขที่ออก...เลขท้าย 2 ตัว ...9...3... เสียงประกาศดังขึ้นจากสถานีวิทยุ A.M. พร้อมกับใบหน้าที่แสดงออกถึงความดีใจสุดขีด เฮ้...ฉันถูก..ฉันถูก...

ใช่ !! งวดนี้เธอถูกจริงๆ พร้อมกับรับเงินไป 3,200 บาท ซึ่งแต่ละงวดที่ผ่านมาเธอมักจะถูกกิน

คุณจุฑามาศ อุดร หรือน้าตุ๋ย

น้าตุ๋ย หรือ คุณจุฑามาศ อุดร แม่ค้าหาบเร่วัย 47 ปี ภูมิลําเนาเดิมอยู่จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบันย้ายมาเช่าห้องเล็กๆ อยู่กับน้องชายที่กรุงเทพฯ เพราะเธอแยกทางกับสามีขึ้เหล้าที่มีปากเสียงกันทุกวัน พ่อของเธอถูกลอบยิง ซ้ำยังเอาผิดใครไม่ได้ เหลือแต่แม่วัย 69 ปี ซึ่งน้าตุ๋ยต้องส่งเงินให้เป็นประจำทุกเดือน และยังมีลูกที่เธอต้องเอาใจใส่อีก 2 คน น้าตุ๋ย เป็นคนชอบเล่นการพนัน เธอบอกว่าเริ่มลองมันจากการเล่นตู้เกม ตู้ม้า ที่หยอดเหรียญครั้งละ 5 บาท 10 บาท หวยใต้ดิน ล็อตเตอรี่ แต่ต่อนนี้มันธรรมดาสำหรับเธอไปแล้ว เธอได้ก้าวสู่การพนันที่เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น มันคือ ไฮโล!!”


สิ่งนี้เองได้เข้ามามีอิทธิพล และทำให้วิถีชีวิตเธอเปลี่ยนไป เปลี่ยนไป จนแทบจะเป็นคนละคน เธอตกเป็นทาสของมัน...ทาสผู้ภักดี ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลก!! แลกที่จะมานั่งยังสถานที่เดิมๆ อย่างมัวเมาหลงใหล จนลืมอาการหิว แม้ละเลยเวลามานานแล้วก็ตาม เงินที่มีในกระเป๋าเพิ่มและลดลงอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่นาที ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของการหยิบยืม อื้ออึง โหวกเหวก จนแยกแยะไม่ออก...


สูง ต่ำ พระลักษณ์ พระราม เอ้า...20 เอี่ยว การเล่นเข้มข้นและมันขึ้นทุกขณะ เมื่อทุกคนวางเงินเสร็จ เจ้ามือก็เขย่าลูกเต๋า 3 ลูกภายใต้ฝาครอบนั้น ทุกคนต่างลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง กันจนลืมวันลืมคืน ลืมทํามาหากิน ราวกับต้องมนต์สะกดให้สยบต่อมัน

เพราะ "ไฮโล" ทำให้รายได้จากการขายขนมไม่เพียงพอสำหรับเธอเสียแล้ว

บ่อยครั้งที่น้าตุ๋ยต้องเทขนมที่หาบมาทิ้งทั้งหมด เพราะมันเสียไปเนื่องจากไม่มีเวลาขาย และหันกลับมาเล่นต่อ... เธอหมดตัวทุกวัน รายได้จากการขายขนมมิได้ช่วยเยียวยาฐานะเธอได้เลย เพราะเธอขายเพื่อนําเงินมาเล่น...เล่นจนหมด !!

เหตุการณ์หนึ่งที่ลืมไม่ได้เลย ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับการเล่นเสมอ เมื่อไม่ระวังตัว...

เฮ้ย...เฮ้ย...เล่นกันอีกแล้ว...เล่นกันอีกแล้ว...อย่าหนีซิ !!เสียงตะโกนของบุรุษผู้สวมเครื่องแบบชุดสีกากีดังขึ้น พร้อมการจู่โจมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว สัญชาตญาณได้บอกให้ทุกคนหนี พวกเขาต่างวิ่งเตลิดทะลุไปทางประตูหลัง ราวกับฝึกมาแล้วอย่างดี ส่วนพวกที่เหลือ ถูกใส่กุญแจมือ และพาขึ้นรถไปโรงพัก และหนึ่งในจํานวนนั้นคือ น้าตุ๋ย

เก็บของกลาง...ให้หมด... ตํารวจที่เปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบกล่าวขึ้น เสียงโวยวายต่อรองอื้ออึงขึ้นอีกครั้ง

เอ้า...ไปรอในคุก ใครจะประกันตัวเสียหมื่นนึง... มา...มาปั้มนิ้วมือ ทุกคนต่างเรียงรายกันเข้ามาทําตามขั้นตอนที่ตํารวจสั่ง

น้าตุ๋ยไม่มีเงินประกันตัว เธอจึงต้องติดคุกอยู่ 3 วัน แล้วจึงถูกเรียกไปศาล หลังจากสรุปสํานวนคดีเสร็จ เสียค่าปรับตามธรรมเนียม เธอก็ถูกปล่อยออกมา น้าตุ๋ยถูกจับบ่อยมาก บางเดือนเธอถูกจับถึง 4 ครั้ง แต่สิ่งนี้ก็มิได้ทําให้เธอเข็ดหลาบ...การเล่นยังคงดําเนินต่อไป จนกระทั่งตอนนี้ หนี้สินท่วมตัวไปหมดแล้ว เธอติดหนี้ทั้งหมด 14,000 บาท นับเป็นเงินที่สูงมาก เมื่อเทียบกับรายรับจากการขายของหาบเร่มันทําให้เธอกลุ้มใจมาก...แต่เธอก็ยังหยุดมันไม่ได้

จนกระทั่งเธอไม่มีเงินพอจะส่งให้แม่วัย 69 ปีของ เธอแล้ว...

ระยะนั้นเธอเริ่มรู้จักวัดพระธรรมกายแล้ว โดยคุณ อุดม-คุณศิริวรรณ คุ้มสุวรรณ เป็นกัลยาณมิตรคนแรกให้ ตอนแรกเธอปฏิเสธที่จะเข้าวัดนี้ เพราะเธอคิดว่า คนรวยเท่านั้นถึงจะเข้าวัดนี้ได้ จึงทําให้เธอปิดกั้นตัวเองมาตลอด จนกระทั่งอาจารย์อัปสร ครสาคู ไปชวนเธอมาอยู่ธุดงค์ เธอ.. ตัดสินใจลองมา ครั้งแรกที่เธอนั่งสมาธิใจยังไม่สงบ มีเรื่องคิด ต่างๆ นานา และที่สําคัญ เธอปวดขามาก เจ็บไปหมด เนื่องจากไม่คุ้น ในขณะนั้นเองเธอได้ยินเสียงพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านพูดว่า

“...ทําอย่างสบายๆ ช่วงไหนไม่สบายก็ให้ปรับ อย่าดันทุรัง เพราะมันผิดวิธีการ นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้วจะติดเป็นนิสัยอีกด้วย เพราะฉะนั้น ต้องแก้ไขตรงนี้ให้ได้ อย่าลืมว่า วิธีการที่ถูกต้องจะนำไปสู่ประสบการณ์ที่สมบูรณ์ แล้วให้ทิ้งทุกสิ่งให้หมด เหลืออยู่อย่างเดียว คือให้ในใจมีแต่พระธรรมกายใสๆ เท่านั้น...

น้าตุ๋ยได้ทําตาม หลังจากสิ้นสุดเสียงหลวงพ่อทันที และต่อมาเธอก็พบว่า เธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ความสุขจากการหยุดนิ่ง หยุดแล้วจึงดับ ดับแล้วจึงเกิด น้ำตาได้ไหลออกมาด้วยความปีติ เธอบอกว่าไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อน ใจเธอสงบมาก

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทําให้เธอมาวัดพระธรรมกายในครั้งต่อๆ มา

..ไม่นานนักความรู้สึกหนึ่ง ก็ได้เกิดขึ้น...

ฉันไม่อยากมาวัดแล้ว... ถ้ามาแล้วยังเล่นไฮโลอยู่แบบนี้ อย่ามาซะดีกว่า ความคิดนี้ทําให้เธอสับสน และไม่พอใจในตัวเอง แต่นับว่าเป็นโชคดีของเธอเหลือเกินที่เธอได้ยินหลวงพ่อท่านพูดว่า

..ชีวิตที่ผ่านมานั้น เราอาจจะเคยพลาดพลั้ง จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เราจะต้องเริ่มต้นกันเสียใหม่ ไม่มีอะไรสายเกินไป อนาคตจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในปัจจุบัน ถ้าเราทำความดี ตั้งใจกลั่นกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เราก็จะพบแต่สิ่งดีๆ ได้บรรลุสิ่งที่พึงปรารถนา...

คำสอนนี้เองทำให้เธอให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า เธอเลือกเดินทางนี้ถูกแล้ว อย่างน้อยสิ่งนี้แหละจะเป็นแก่นสารสำหรับชีวิตได้บ้าง ดีกว่าไม่ทําอะไรเลย แล้วจมปลักอยู่กับสิ่งไม่ดีอย่างเดียว

หลังจากนั้น น้าตุ๋ยเริ่มมีความคิดที่จะเลิกเล่น เธอได้ให้สัญญากับตัวเอง แต่พอมีโทรศัพท์มาตาม ความลังเลสับสนก็เริ่มเกิดขึ้น..

ไป ..ไม่ไป ..ไป ..ไม่ไปอะไรกันเนี่ย อำนาจฝ่ายดีกับฝ่ายชั่วภายในตัวเธอกําลังต่อสู้กัน

เราสัญญากับตัวเองแล้วนะ แต่เอ้..ครั้งสุดท้ายน่ะ ..อีกครั้งเดียว ก็ไม่ต้องเล่นให้มากซิ เธอเริ่มหาเหตุผลเข้า ข้างตัวเองอีกแล้ว อาจเป็นเพราะกําลังใจเธอยังไม่เข้มแข็งพอ และแล้ว..เธอก็ตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปยังที่นัดหมายนั้น

ห้องเช่าของน้าตุ๋ย ที่เปิดเป็นบ้านกัลยาณมิตร เพื่อ..พลิกชีวิตตัวเอง
เมื่อตั้งใจเปิดบ้านเป็นบ้านกัลยาณมิตรแล้ว ความคับแคบของบ้านก็ไม่ใช่อุปสรรคของการปฏิบัติธรรม

ก่อนเข้าพรรษา เธอทราบข่าวเกี่ยวกับโครงการเปิดบ้านกัลยาณมิตร เธอรู้สึกว่าดีเพราะจะทําให้เธอได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง จึงตัดสินใจเปิดบ้าน เธอหันมาปฏิบัติธรรมเป็น ประจําสม่ำเสมอมากขึ้น เธอบอกว่าการปฏิบัติธรรมมากๆ จะมีผลต่อจิตใจ เพราะทําให้เธอมีสติได้คิดทบทวนถึงการกระทําที่เธอทําลงไป ว่าสิ่งใดควรทํา สิ่งใดไม่ควรทํา ซึ่งเมื่อก่อนก็ไม่เคยคิดอะไรเลย

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ฉุดให้เธอขึ้นมาจากขุมนรกนั้นได้ก็คือ เย็นวันหนึ่ง หลังจากที่เธอสวดมนต์นั่งสมาธิเสร็จ ก็ได้หยิบรูปพระมหาสิริราชธาตุขึ้นมาอธิษฐาน ขอในสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในชีวิตตอนนี้ ซึ่งเธอยังทําไม่ได้คือ เลิกเล่นไฮโลแล้วในวันเดียวกันนั้นเอง ลูกชายของเธอที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ได้กลับมาที่บ้าน

“แม่ๆ ตอนนี้ผมเดีอดร้อนเรื่องเงิน แม่พอมีบ้างไหม?” ลูกชายวิงวอนและขอความเห็นใจจากผู้เป็นแม่

แม่ให้ได้แค่ 200 นะ อีก 800 ต้องใช้...เอ้า...เอาไป เธอยื่นเงินให้ลูกชาย

กริ้ง ๆ โทรศัพท์ดังขึ้นอีกเธอวิ่งไปรับและพูดเพียงไม่กี่คําแล้วก็ออกไปอีกตามเคย ใช่...ที่เดิมที่เคยไป...เงิน 800 บาทที่เหลือก็หมดไปพร้อมกับการไปในครั้งนี้ด้วย เธอเล่นจนหมดอีก

ลูกชาย...มาขอเงินเธอบ่อย เธอจะกั้กเงินส่วนหนึ่งไว้เล่นทุกครั้ง ซึ่งเธอไม่เคยทบทวนถึงการกระทำนี้เลย พอเธอกลับมาจากเล่นก็จะเข้านอน หลับสนิททุกครั้ง

แต่ค่ำคืนนี้เป็นวันที่แปลกกว่าทุกวัน เธอนั่งทบทวนถึงสิ่งที่เธอได้กระทำลงไป และรู้สึกไม่พอใจในตัวเองเลย เธอนอนก่ายหน้าผากครุ่นคิด...

เราเป็นแม่ประสาอะไร ลูกกำลังร้อนเงิน ถ้าให้ลูกไปอีก 800 ยังมีประโยชน์ซะกว่า ในเมื่อหันมาปฏิบัติธรรมแล้ว อย่าให้ใครเขามาว่าได้ซิ ต้อง..เลิกให้ได้ 

คืนนั้นเธอรวบรวมกำลังใจที่สั่งสมมาอย่างดี และสัญญากับตัวเองอย่างจริงจังกว่าทุกครั้ง

วันรุ่งขึ้น เธอหาบของขายตามปกติ แต่ด้วยความรู้สึกคุ้นเคย จึงเดินไปที่นั่นอีก แต่วันนี้เธอมิได้ไปเล่นเหมือนเคย วันนี้เธอได้แต่มองดู และวนเวียนชั่งใจอยู่ อย่าเล่น...อย่าเล่น เราต้องเลิกได้ เธอพึมพำเพื่อข่มใจตัวเอง คำสัญญาวนเวียนอยู่ในหัว ความขัดแย้งในใจเกิดขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องใช้กำลังใจสูงมากในการสยบมัน...!

ในช่วงนั้นเพื่อนๆ ได้มาให้กำลังใจเธอในการเลิกเล่น โดยเฉพาะป้าโจ๊กที่เปิดบ้านกัลยาณมิตรเหมือนเธอ ซึ่งหวังดีต่อน้าตุ๋ยมาก จะเป็นผู้ที่คอยให้กําลังใจ บอกให้เธอเลิกมันให้ได้

น้าตุ๋ยสวดมนต์ทําวัตรเช้า-เย็น และนั่งสมาธิเป็นประจําสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อก่อนน้าตุ๋ยไม่ได้สวดมนต์ในตอนเย็นเลย พอมีโทรศัพท์มาเรียก ก็จะรีบออกไปเล่นทันที น้าตุ๋ยบอกว่า ตั้งแต่เปิดบ้านมา ทําให้กิจวัตรของเธอเปลี่ยนไปมาก เธอหมั่นทําความสะอาดห้องมากขึ้น น้องชายก็ช่วยเธอด้วย น้าตุ๋ยได้ไปนั่งสมาธิบ้านเพื่อนที่เปิดเป็นบ้านกัลยาณมิตรเหมือนกัน

วันจันทร์จะไปนั่งบ้านคุณสไวรินทร์ วันอังคารบ้านคุณแอ๊ด วันพุธ-อาศรมตะวันแผ่นดิน วันอาทิตย์ก็ไปวัด บําเพ็ญบุญกุศล และมาวัดด้วยความภูมิใจ ไม่แหนงใจเหมือนที่เคยคิด เพราะเธอเลิกมันได้สําเร็จแล้ว.. พ้นจากการเป็นทาสของมันแล้ว..

ทุกเช้าหลังจากบูชาพระรัตนตรัยเสร็จ จะขอขมาลาโทษและสวดมนต์นั่งสมาธิ 1 ชั่วโมง บางทีใจสงบมาก ก็นั่งต่อเนื่องถึง 2 ชั่วโมงก่อนออกไปขายขนมทุกวัน เธอจะรักการนั่งสมาธิมาก ซึ่งเธอคิดว่า เมื่อก่อนตอนเล่นไฮโล ยังนั่งได้ตั้งหลายชั่วโมง ทั้งที่เป็นสิ่งมัวเมาแท้ๆ แต่นี่การนั่งสมาธิเป็นการให้ความสุขที่แท้จริงกับตัวเอง ทําไมยังทําไม่ได้

อาจารย์ยงยุทธ แสงดานุช ผู้ที่ให้ความเมตตาน้าตุ๋ย มาขายขนมในโรงเรียน


สิ่งดีๆ เริ่มเข้ามาในชีวิต ตั้งแต่หันมาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง การทํามาหากินของเธอก็คล่องตัวขึ้น จากเดิมต้องเดินหาบขนมวันละ 20 กว่ากิโลเมตร เพราะไม่มีที่นั่งขายประจำ แต่ปัจจุบัน อาจเป็นเพราะการที่เธอหันมาปฏิบัติธรรมทุกวัน และเปิดบ้านกัลยาณมิตร บุญส่งจึงดึงดูดแต่สิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิต เธอได้รับความเมตตาจากอาจารย์ยงยุทธ แสงดานุช ครูใหญ่ของโรงเรียนพร้อมพรรณวิทยา ท่านอนุญาตให้น้าตุ๋ยขายขนมในโรงเรียนตอนเลิกเรียนได้ จึงทําให้เธอสะดวกขึ้น เธอบอกว่า

น้าตุ๋ยระลึกถึงบุญคุณอาจารย์เสมอ ท่านเป็นคนมีความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

คุณพนม แสนบุดดี (ซ้าย) น้องชายของน้าตุ๋ย ผู้รักการปฏิบัติธรรม
คุณสมคิด รักการ (ขวา) เพื่อห้องตรงข้ามที่เปิดบ้านกัลยาณมิตรจากการชักชวนของน้าตุ๋ย
ห้องของน้าตุ๋ย (ซ้าย) และห้องตรงข้ามที่สวดมนต์และนั่งสมาธิพร้อมกันในวันเปิดบ้าน

นอกจากนี้น้องชายของเธอคือ คุณพนม แสนบุดดี ก็เปลี่ยนแปลงไปเหมือนเป็นคนใหม่ จากเมื่อก่อนไม่เคยสนใจการปฏิบัติธรรมเลย ตอนนี้กลับสนใจการนั่งสมาธิมาก เขาบอกว่า ผมกับพี่ตุ๋ยเป็นคนเกิดวันอังคารเหมือนกัน เขาว่า..เป็นคนอารมณ์ร้อนทั้งคู่ เมื่อก่อนผมกับพี่จะขัดแย้งกันบ่อย นับตั้งแต่นั่งสมาธิพี่ตุ๋ยใจเย็นขึ้น มีเหตุผลขึ้น รวมทั้งตัวผมด้วย เขาให้สัมภาษณ์ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

คุณสมคิด รักการ เพื่อนห้องตรงข้ามที่น้าตุ๋ยชวนให้เปิดบ้านกัลยาณมิตร และเห็นด้วยกับการเปิดบ้านกัลยาณมิตร เขาบอกว่า

คุณตุ๋ยเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี แกชวนผมเปิดบ้าน ทำให้ผมและภรรยานั่งสมาธิทุกวัน ใจเย็นขึ้นครับ...เมื่อก่อนจะระหองระแหงกับภรรยา เดี๋ยวนี้ลดน้อยลงไปมาก เพราะต่างคนต่างมีเหตุผลมากขึ้น ไม่ค่อยใช้อารมณ์

น้าตุ๋ยได้ชักชวนคนเปิดบ้านกัลยาณมิตรได้ 29 หลัง แล้วเธอบอกว่า ชีวิตเธอดีขึ้นก็เพราะเหตุนี้ เธอจึงอยากให้คนที่เธอรักและปรารถนาดี เปิดบ้านกัลยาณมิตรบ้าง เพื่อจะได้มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับครอบครัว พบความสุขที่แท้จริงของชีวิตอย่างที่เธอได้พบ

มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ล้วนต้องการแสวงหาความสุขด้วยกันทั้งสิ้น โดยปกติแล้ว คนธรรมดามักมองเห็นความทุกข์เป็นความสุข ซึ่งความสุขที่ชาวโลกเห็นว่าสุขนั้น อันที่จริงก็คือ ความทุกข์ที่ลดลงต่างหาก หรือบางทีเราเรียกว่า ความเพลิน เช่น เล่นอะไรเพลินๆ ให้หมดไปวันๆ ดื่มเหล้า เล่นการพนัน หรือเที่ยวเตร่ไปตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ เรียกว่า ความเพลินมากกว่า หาใช่ความสุขแท้จริงไม่

คนเล่นการพนันแล้วได้มา เขาก็เห็นว่าเป็นความสุข แต่จริงๆ แล้วเป็นความสุขที่ไม่เสรี ถูกครอบงําด้วยความหายนะ ความสุขที่แท้จริง ต้องไม่ถูกครอบงําด้วยความหายนะ ความมัวเมา หรือได้มาด้วยการทําความชั่ว

ความสุขแท้จริงนั้น คือ ความสุขที่ใจมีอิสระเสรีที่จะเสวยความสุขอันนั้น เป็นจิตที่หลุดจากสิ่งครอบงําใจคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง วิธีที่จะเข้าถึงความสุขที่เสรีได้ มีวิธีเดียวเท่านั้นคือ การปฏิบัติธรรม

กว่าใครสักคนจะ ลด ละ เลิก ในพฤติกรรมที่ไม่ดี ที่สั่งสมมานานหรือเลิกอบายมุขได้นั้น ต้องอาศัยกําลังใจที่สูงมาก อย่างในกรณีของ น้าตุ๋ย ผู้เคยตกเป็นทาสไฮโลมากว่า 8 ปี เธอพยายามเลิกหลายครั้งแต่ไม่สําเร็จ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามัน เป็นสิ่งไม่ดี ทําให้เธอเสียผู้เสียคน ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เป็นอันทํามาหากิน

แต่บัดนี้ เธอเลิกได้ เพราะการประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตอนนี้คงไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปแล้วว่า...สมาธิมีประโยชน์อย่างไร มีอิทธิพลกับใจแค่ไหน ที่จะทําให้ใจมีคุณภาพ มีพลังอันเข้มแข็งที่จะชนะสิ่งที่ไม่ดีในตัว และที่สําคัญที่สุด น้าตุ๋ยได้พบหนทางสู่ความสุขที่แท้จริงของชีวิตแล้ว

ดังนั้น บ้านกัลยาณมิตร จึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะทําให้ทุกคนที่เรารัก มีโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อทําให้ใจเขามีคุณภาพและพร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรค ชนะใจตัวเองต่อสิ่งที่ไม่ควรทํา เพื่อพลิกชีวิตไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการกระทําที่ดีกว่า

บ้านกัลยาณมิตรแหล่งสร้างพลังใจและคําตอบ ของ...ความสุขที่แท้จริงของชีวิต


หากไม่ใช่เพราะบ้านกัลยาณมิตร และการปฏิบัติธรรม ชีวิตของน้าตุ๋ยก็คงจะไม่มีวันนี้

Cr. ร. ลิ่วเฉลิมวงศ์ สำนักสื่อธรรมะ
สยบเซียนไฮโล สยบเซียนไฮโล Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 02:43 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.