พลิกชีวิต..แม่ค้าแบกะดิน

กัลฯจุฑาทิพย์ พัฒนธนาวิสุทธิ์ เจ้าของร้านดอกไม้ "เฟลอ เดอ ศาลายา"

เธอคนนี้..เคยแอนตี้วัด
ไม่กล้าเข้าวัดเพราะกลัวถูกล้างสมอง
แต่ในที่สุด แม่ค้าแบกะดินคนนี้
ก็พลิกชีวิต หลุดจากความจนเพราะวัดพระธรรมกาย

จุฑาทิพย์ พัฒนธนาวิสุทธิ์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านดอกไม้ เฟลอ เดอ ศาลายา

ก่อนเข้าวัดเรามีชีวิตที่รันทดยิ่งกว่าละครอีก เพราะมีโอกาสเรียนสูงสุดก็แค่ ป.6  แล้วต้องออกมาเป็นแม่ค้าร้อยพวงมาลัยขายในตลาด ทำงานตั้งแต่ตี 3 ถึง 3-4 ทุ่มทุกวัน

จนต้องคิดหนีจากความลำบากยากจน โดยตัดสินใจแต่งงานกับลูกเจ้าของโรงงาน เพื่อให้ชีวิตสบายเป็นคุณนายสักที แต่ที่ไหนได้.!! กลับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะแม่สามีไล่คนใช้ทุกคนในบ้านและโรงงานออกหมด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วให้เรามาทำงานแทนทั้งหมด

แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้น ก็คือ เหนื่อยกายไม่พอ ยังเหนื่อยใจเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะสามี ทั้งดื่ม ทั้งเที่ยว ทั้งติดยา

จนเราต้องวางแผนหนีออกจากบ้าน ไปเช่าอพาร์ทเมนท์ และแก้ปัญหาชีวิตโดยการกินยาฆ่าตัวตาย แต่เดชะบุญค่ะ ที่ รปภ. มางัดห้องนำเราส่งโรงพยาบาลทัน เราจึงรอด แต่ก็รอดโดยไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร เพราะสภาพเราตอนนั้น เหมือนสุนัขจนตรอก คือ เงินก็หมด บ้านก็ไม่มีจะอยู่

ซึ่งก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจโทรไปขอเงินพี่ชาย 2 หมื่นบาท เพื่อเอามาเป็นค่าใช้จ่ายประทังชีวิตไปก่อน  แต่พี่ชายก็ขอข้อแลกเปลี่ยน คือ ต้องให้เราไปนั่งสมาธิที่พนาวัฒน์ ซึ่งขอบอกตรง ๆ เลยว่า..ไม่อยากไปเลย เนื่องจากแอนตี้วัดพระธรรมกาย แต่ก็ยอมไปแบบเสียมิได้ เพราะถ้าไม่ได้เงินจากพี่ชาย เราต้องอดตายแน่ๆ

พอขึ้นไปพนาวัฒน์ ก็มีคนบอกเราว่า หลวงปู่วัดปากน้ำศักดิ์สิทธิ์มาก และด้วยความที่เราไร้ที่พึ่ง หมดหนทางไป จึงมาร้องไห้ต่อหน้ารูปหลวงปู่ในห้องปฏิบัติธรรมตอนกลางคืน และเล่าเรื่องราวในชีวิตทั้งหมดให้ท่านฟังจนจะใกล้รุ่ง แล้วสักครู่อยู่ๆ ขณะนั่งหลับตา ใจของเราก็รวมเห็นเป็นแสงสีทองที่กลางท้อง แล้วเห็นหลวงปู่ชัดอยู่ที่ศูนย์กลางกายเลย จากนั้นก็ขอบารมีให้หลวงปู่ช่วยให้คนสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างเรา ลืมตาอ้าปากได้ด้วยอาชีพสุจริต เพราะเราไม่อยากไปเป็นโจรเป็นขโมย





จากนั้นพอกลับจากพนาวัฒน์แล้ว ก็เริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยการขายของมือสอง โดยเอาของที่ตัวเองใช้แล้ว เช่น รองเท้า เสื้อผ้า มาวางขายแบกะดินข้างถนน แล้วอธิษฐานบอกหลวงปู่ที่กลางท้องว่า..ให้ขายได้ ซึ่งก็ปรากฏว่า..เราขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนมีเงินทุนไปซื้อของกิ๊ฟช็อปมาแบกะดินขาย แต่ก็ต้องตรากตรำ ตากแดด ตากฝน หนีตำรวจ 

ซึ่งช่วงนั้นตรงกับปี 2551 เป็นปีที่เราทราบข่าวว่า..จะมีการทอดกฐินหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำ เราก็เลยเกิดอะเลิร์ทอยากทำสัก 1 กิโลทอง แต่ความหวังของเราช่างไกลริบหรี่เลือนรางเต็มที เพราะเงินจะกินยังไม่มีเลย แต่เราก็อธิษฐานขอหลวงปู่ทุกวันแบบถี่ๆ วันละหลายๆ รอบว่า..อยากหล่อทองหลวงปู่ 1 กิโลทอง อยากมีบ้าน อยากมีรถเหมือนคนอื่นบ้าง

และอยู่ๆ ก็เกิดเหตุประหลาดขึ้นจริงๆ  เพราะได้เจอเพื่อนสมัยเรียน ที่ไม่เคยเจอกันเลยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็มาให้เราช่วยขายที่ดินให้  และเราก็ขายได้เป็นอัศจรรย์ จนได้ค่านายหน้ามากถึง 5 ล้านกว่าบาทเป็นเงินสดอย่างเหลือเชื่อ จนเรามีเงินมาทำบุญกฐินหล่อทองหลวงปู่ที่ 1 กิโลทองครั้งแรกในชีวิต แถมยังมีเงินซื้อทาวน์เฮ้าส์ 1 คูหา ซื้อรถ 1 คัน


หลังจากทำบุญใหญ่กฐินไปนี่เอง เราก็หันมาเล่นหุ้นทอง  ซึ่งก็มือขึ้นมากๆ ทั้งๆ ที่การเล่นหุ้นทอง เล่นค่อนข้างยากมาก เพราะหลายคนที่เล่น หมดเนื้อหมดตัวติดหนี้ติดสินล่มจมไปเลยก็มี แต่เราก็อาศัยบุญต่อบุญค่ะ คือ อธิษฐานขอกับหลวงปู่ว่า ขอให้มีเงินมาทำบุญทุกบุญแบบไม่ขาด แล้วเอามาเป็นประธานกองกฐินระดับ M ได้ทุกปี

และด้วยอานุภาพหลวงปู่ ก็ทำให้เราเจอเรื่องเหลือเชื่ออยู่บ่อยๆ จนทำให้มีเงินงอกขึ้นมาจนมีเงินซื้อทาวน์เฮ้าส์ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ได้อีก 3 คูหา รวมเป็น 4 คูหาติดกัน และมีรถเพิ่มเป็น 3 คัน  อีกทั้งยังมีร้านดอกไม้เป็นของตัวเองจนสามารถลืมตาอ้าปากได้อย่างเหลือเชื่อเลยค่ะ




เพราะจากสภาพเราในอดีต แทบไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะว่า..อดีตแม่ค้าข้างถนน ที่เคยฆ่าตัวตายอย่างเรา จะสามารถลุกขึ้นมารวย และมีชีวิตใหม่ได้อีก และที่อลังการไปกว่านั้น คือ ยังมีเงินทำบุญหลายล้านบาทได้ขนาดนี้ ซึ่งเราขอยืนยันจริงๆ นะคะว่า..ที่มีวันนี้ได้ ก็เพราะอานุภาพหลวงปู่วัดปากน้ำและบุญจากการทอดกฐินจริงๆ



Cr. ร. ลิ่วเฉลิมวงศ์  สำนักสื่อธรรมะ
พลิกชีวิต..แม่ค้าแบกะดิน พลิกชีวิต..แม่ค้าแบกะดิน Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 23:54 Rating: 5

1 ความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.