10 ข้อคิด เมื่อคุณต้องไปเอนเตอร์เทนลูกค้า !!

คุณหยกฟ้า มโนสุดประสิทธิ์

ประวัติการดื่มอย่างโชกโชนมากว่า 20 ปี ตลอดจนความชำนาญในการผสมเครื่องดื่มอัลกอฮอล์เกือบทุกประเภท โดยเรียนรู้จากตำรามิกเซอร์ระดับสากล ประกอบกับมีอาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการเลี้ยงรับรอง สร้างความประทับใจให้ลูกค้า โดยดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายนำเข้าและส่งออกของบริษัทแห่งหนึ่ง

"..ยิ่งสมัยวัยรุ่น เธคทุกแห่งที่ว่าดังไปมาหมด ด้วยความถี่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ..ดื่มจัดอย่างชนิดที่ว่า ขวดเหล้าที่ดื่มหมดไป นับจำนวนขวดไม่ได้ ขวดแล้วขวดเล่า ดื่มจนดึกดื่น หากง่วงนอนก็แก้ด้วยการสูบบุหรี่ จนตี 2 บาร์ปิด แต่ก็ยังกระเสือกกระสนพากันไปนั่งฟังเพลง ดื่มกันต่อ และทานข้าวต้มที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งแถวถนนพระราม 4 ซึ่งสมัยนั้นไม่มีเคอร์ฟิว เรื่องการเปิดเพลง และการจำหน่ายสุรา คือเป็นยุคที่อบายมุขเฟื่องจริงๆ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตี 4 ตี 5 พระออกบิณฑบาตพอดี..."

..สิ่งนี้ คงเพียงพอที่จะให้นิยามเธอได้ว่า เซียนเอนเตอร์เทน เพราะกิจวัตรดื่มเที่ยวอย่างเป็นประจำกับลูกค้า ลูกน้อง หรือผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทในฐานะคนสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน


เธอ คือ คุณหยกฟ้า มโนสุดประสิทธิ์ อดีตนักดื่มหญิง ที่วันนี้ หักดิบตัดใจเลิกดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ทุกประเภท!!

"เราเคยดื่มมากเพราะออกสังคมเป็นประจำ ถ้าวันไหนไม่ไป ก็จะนั่งดื่มเองที่บ้าน บางวันดื่มไวน์หมดคนเดียว 2 ขวด แต่อยู่ๆ เรากลับมาหักดิบ เลิกเด็ดขาด เอาขวดเหล้าแพงๆ บรั่นดีจากเมืองนอก ไวน์ทุกอย่างในบ้านเททิ้งหมดและจัดพิธีเทเหล้าเผาบุหรี่ ทำให้คนรอบข้างบางคนเขางง ยอมรับไม่ได้ ถามว่าเราเป็นอะไรไป...??"

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะมีคนสงสัย และพร้อมจะสอบพฤติกรรมการทำความดีของเธอด้วยความเป็นห่วงเช่นนี้ เพราะเมื่อก่อน เธอเป็นแกนนำในการชวนพวกเขาดื่มเอง ใครดื่มไม่เป็น ก็ยินดีสอนให้ และยังผสมเหล้าให้ดีกรีเหมาะสมสำหรับมือใหม่ หัดดื่มอีกด้วย

หักดิบอบายมุขไม่ใช่เรื่องงมงาย

เมื่อเธอเอาเหล้าแพงๆ ไปทิ้งแล้วทุบขวดอย่างไม่เสียดาย ทำให้หลายคนป้อนคำถามเธอว่า งมงายหรือเปล่า..?..?

"งมงาย...หมายถึงอะไร... งมงาย หมายถึง การเชื่อในสิ่งนั้นโดยไม่มีเหตุผลรับรอง ไม่รู้สาเหตุถึงที่มาที่ไปของสิ่งที่ตนเองเชื่อ สักแต่ว่าเชื่อเท่านั้น เช่นการไปกราบไหว้ หมู 5 ขา จิ้งจก 2 หาง เพื่อขอหวย หรือท่องไปขอหวยที่นั่นที่นี่ จากเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหลาย มันต่างกันนะ การที่เราได้คิดและคิดได้ หันกลับหักดิบเลิกเหล้า ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่า เหล้าเป็นต้นเหตุให้เราขาดสติ เป็นต้นเหตุของความประมาทหลายอย่าง การที่เราได้สติ.. คิดได้ เข้าใจในหลักคำสอนของพระพุทธองค์ ทำเช่นนี้ไม่เรียกว่า งมงาย แต่เป็นศรัทธา เมื่อเกิดศรัทธา ปัญญาจึงเกิด จึงไม่ใช่การงมงายแต่อย่างใด..."

คำตอบที่ชัดเจน และยืนยันถึงความหนักแน่น ถูกต้องกับสิ่งที่เลิกทำหลังจากที่ได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง และหันมาศึกษาธรรมะและนั่งสมาธิอยู่เป็นประจำ ทำให้เธอมีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก

"ชีวิตที่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้  เกิดจากการเข้าวัดปฏิบัติธรรม โดยการแนะนำของพระอาจารย์รูปหนึ่ง ที่มาสอนการนั่งสมาธิให้แก่สมาชิกในบ้านของคุณวรรณี ลวชัยโยธิน เพื่อนบ้านที่สนิทกัน ซึ่งก็ได้ชวนไปวัด และไปเข้าร่วมโครงการนั่งสมาธิต่อเนื่อง 7 วัน ที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้เธอได้เข้าใจธรรมะเพิ่มขึ้นในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งเมื่อก่อนไม่คิดนะว่า การดื่มเหล้าขนาดนี้เป็นสิ่งผิด เพราะคิดว่าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่พอฟังคำสอนจากพระอาจารย์แล้ว ทำให้เรากระจ่างชัดเอามากๆ ถึงโทษของสุราในมหานรกขุม 5 เราจึงตัดสินใจเลิกเลย..."

ผู้ใหญ่ต้องทำตัวอย่างที่ดีให้เด็กดู

นอกจากการตัดสินใจหักดิบอบายมุขของเธอเองแล้ว เธอยังมีแรงบันดาลใจในการอยากเป็นต้นแบบที่ดีให้กับหลาน 2 คน ที่กำลังเป็นวัยรุ่น ซึ่งเธอสอนเขาให้ประพฤติดี มีระเบียบ เลิกเรียนให้รีบกลับบ้าน ไม่ไปแวะที่ไหน นอกบ้านสมัยนี้มีแต่ภัย กลับบ้านไวปลอดภัยกว่า และนับวันหลานก็เติบโตขึ้น ซึ่งการยังดื่มให้หลานๆ เห็นย่อมไม่ดีแน่ เธอจึงต้องการประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีเช่นกัน

"การที่เราคิดจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้นั้น เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียก่อน จึงจะไปแนะนำหรือสอนคนอื่น การจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้นั้น ก็ต้องรู้จักสอนตัวเองเป็น และจากการเข้าวัดทำให้เราสอนตัวเองได้อย่างมีหลักที่ถูกต้อง

..และทุกวันนี้ มีกิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป ได้ทำทาน รักษาศีล สวดมนต์ ทำสมาธิ ไปวัดเป็นประจำ จากที่เมื่อก่อนหลังเลิกงาน ก็จะไปตั้งวงสังสรรค์ แต่เดี๋ยวนี้เรากลับบ้านเร็วขึ้น เพื่อฟังธรรม และก็ชวนคนที่ทำงานไปนั่งสมาธิ ชวนญาติพี่น้องให้เลิกดื่ม รวมทั้งลูกน้องเพื่อนร่วมงาน จนเดี๋ยวนี้ เมื่อพวกเขาเห็นเราไม่ดื่ม พวกเขาก็ไม่ดื่มเช่นกัน"

"ปัจจุบันพวกเราแข่งกันมาทำงาน พอ 7.30 น. ก็ถึงที่ทำงานกันแล้ว ไม่มีใครมานั่งหาวหวอดๆ แบบสมัยที่ยังดื่ม ส่งผลให้ได้ปริมาณงานมากขึ้น งานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

..พอได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างนี้ แล้วมองย้อนกลับไป รู้สึกว่าเราน่าจะคิดได้ก่อนหน้านี้นะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานานกว่า 20 ปี เราใช้ชีวิต ใช้เวลาไปอย่างฟุ่มเฟือยมากทีเดียว มัวหลงไปทำเรื่องไร้สาระ เสี่ยงตาย จากการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถขณะมึนเมาได้ถึงขนาดนั้น พอมา ณ วันนี้ จึงต้องเร่งตนเอง เพื่อรีบสร้างความดี หันมาใช้ชีวิตให้เป็นชาวพุทธที่แท้จริง ให้เป็นไปอย่างมีค่ามากที่สุด..."

บัญญัติ 10 ข้อ ของการดูแลลูกค้า โดยไม่ต้องยุ่งกับอบายมุข

เมื่อเธอเปลี่ยนแปลงชีวิตก้าวมาถึงตรงนี้ สิ่งสำคัญที่หลายคนสนใจก็คือ เธอเปลี่ยนชีวิตจากเซียนเอนเตอร์เทนมากว่า 20 ปี แล้วไม่มีผลกระทบกับการทำงานอย่างที่หลายคนกังวล ยิ่งกว่านั้น ยังทำให้การทำงานโดยส่วนตัวและการทำงานของลูกน้องในแผนกมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เธอมีวิธีการอย่างไร ???

จากการที่เธอเป็นคนทำอะไรทำจริง มุ่งมั่นอยู่แล้ว ดังนั้น อัจฉริยภาพในตัวเธอ จึงถูกดึงออกมาใช้ได้โดยไม่ยากหากคิดจะทำ ผนวกกับความมีศิลปะ ทำให้เธอสามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และคนรอบตัวในงานเลี้ยงสังสรรค์ ในวงปาร์ตี้อย่างไม่เก้อเขิน ได้โดยไม่ต้องอาศัยเหล้าเลย ซ้ำยังสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสทำให้เกิดแนวร่วมในวงปาร์ตี้ ตัดสินใจเลิกดื่มไปกับเธอ ด้วยหลัก 10 ข้อที่เธอทำ...!!

จริงอยู่... คนที่ทำงานเอนเตอร์เทนลูกค้า จะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ได้ยากมาก หลายคนบอกว่า จริงๆ ก็รู้นะว่า ดื่มเหล้าไม่ดี แต่อาชีพมันบังคับ ถ้าไม่ทำ เจ้านายจะรู้สึกกับเราไม่ดี หรือแม้แต่การไปงานเลี้ยง งานปาร์ตี้สังสรรค์ มันต้องมีบ้าง จะทำอย่างไร...???

1. เปลี่ยนจากการรับรองในช่วงเย็น เป็นเลี้ยงอาหารกลางวันแทน

2. ในการสั่งเครื่องดื่ม หากเราเป็นเจ้าภาพควรกุลีกุจอแนะนำน้ำผลไม้ที่มีชื่อและส่งเสริมสุขภาพ ต้องให้เหตุผลว่าที่มาร้านนี้เพราะน้ำผลไม้ร้านนี้รสชาติดี เป็นผลไม้แท้ๆ ไม่ผสมน้ำตาลมาก หากลูกค้าต้องการดื่มไวน์หรือเบียร์ก็ให้เขาสั่งเอง แต่เราอย่าไปร่วมดื่มกับเขาอย่างเด็ดขาด

3. หากลูกค้าตื้อให้คุณดื่ม ก็ให้ตอบเขาตามตรงว่าเราถือศีล 5 หากเขาสงสัย คุณก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสในทันที เพราะเราจะได้มีโอกาสอธิบายให้เขาฟัง เผลอๆ เขาอาจจะคล้อยตามคุณและเข้าใจในโทษของสุราที่คุณสาธยายให้ฟังก็ได้

4. หากจำเป็นต้องไปในช่วงเย็น ควรพาลูกค้าไปรับประทานอาหารที่มีชื่อเสียงทางด้านอาหาร จากนั้นคุณก็สั่งอาหารที่หนักท้อง อาหารประเภทกับแกล้ม เลี่ยงไม่ควรสั่ง และชักชวนให้ชิมอาหาร แนะนำอาหารที่อร่อย มีชื่อของร้านนั้น สร้างความสนใจในรสชาติของอาหาร ลูกค้าก็จะทานเพลิน การดื่มก็จะลดลง หรืออาจไม่อยากดื่มเลย

5. หลีกเลี่ยงพาลูกค้าหรือผู้ที่คุณรับรองไปร้านอาหารที่มีดนตรี คาราโอเกะ บาร์ ผับ เพราะสถานที่เหล่านี้จะมีพนักงานที่คอยมาเชียร์ให้คุณและผู้ร่วมโต๊ะดื่ม โดยบางทีจะมีจัดโปรโมชั่นด้วยการเชียร์แขกให้ดื่มเพิ่ม ทำให้เราตั้งรับยาก

6. การสนทนา ไม่ควรคุยแต่เรื่องงานอย่างเดียว ควรชวนลูกค้าคุย โดยเบี่ยงเบนหัวข้อสนทนาให้เข้าหลักธรรมะ โดยเริ่มจากสิ่งที่พบเห็นบ่อยๆ จากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือจากคนที่ใกล้ชิดที่ประสบมา โดยให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด

7. หากวันใดคุณพาคนรู้จักมักคุ้นไปทานข้าว หรือเขาเป็นฝ่ายเชิญคุณ แล้วจู่ๆ เขาก็รินเบียร์ให้คุณ คุณสามารถปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวลว่า ตอนนี้ผมเลิกดื่มแล้วครับ กำลังเป็นตัวอย่างให้ลูก เพื่อลูกจะได้ไม่ย้อนถามผมว่า ไม่ดีแล้วทำไมพ่อดื่ม เขาจะเปลี่ยนจากความรู้สึกไม่พอใจคุณ มาเป็นฝ่ายเห็นใจ และเข้าใจคุณมากกว่าจะมาโกรธ แล้วคุณก็สาธยายถึงสังคมปัจจุบัน อันตรายที่เด็กวัยรุ่นหันมาดื่มสุรา สูบบุหรี่กันมาก เพราะถ้าพ่อแม่เอาแต่บอกว่า เหล้าบุหรี่ไม่ดี แต่ตัวเองยังดื่ม ยังสูบอยู่ ลูกจะไม่เชื่อถือพ่อแม่ และเห็นเป็นเรื่องปกติ

8. อย่ากลัวว่าเพื่อนจะไม่คบ จู่ๆ คุณก็ไม่มาร่วมวงเฮฮาปาร์ตี้ เราต้องกล้าเผชิญกับความจริง พึงระลึกเสมอว่า หากต้องการจะมีเพื่อนมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องหาจากวงเหล้า การจะมีเพื่อนหรือหาเพื่อนได้จากวงเหล้า เป็นการคิดผิดมาก คนเมาสามารถพูดได้ทุกเรื่อง รับปากได้ทุกอย่าง แต่พอสร่างเมา ก็ลืมเรื่องที่พูดไปหมด แล้วจะไปหาเพื่อนจากวงน้ำเมาได้อย่างไร

9. คุณควรมีสื่อธรรมะ ที่สอนเรื่องโทษของสุรา ตัวอย่างของคนที่เลิกเหล้าได้ และเรื่องของมหานรกขุม 5 (เป็นสถานที่ลงทัณฑ์ของผู้ดื่มสุรา ทำผิดศีลข้อ 5) ติดไว้ในรถ เผื่อเจอใคร หรือนำไปฝากเพื่อนสนิทของคุณ และเล่าประสบการณ์ชีวิตของคุณให้เพื่อนฟัง พึงระลึกเสมอว่า การที่เราเปลี่ยนแปลงตนเองได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพื่อนจะต้องทึ่งและอาจหันมาทดลองปฎิบัติธรรมดูก็ได้

10. หากคุณยังไม่แน่ใจว่า ถ้าโดนขยั้นขยอแล้วอดไม่ได้ ขอแนะนำให้คุณเลือกอาชีพใหม่ ดีกว่าการต้องไปรับวิบากกรรมอย่างแสนสาหัสในอนาคตอันยาวไกล แต่หากคุณรักในอาชีพนี้จริงๆ คุณต้องสามารถใช้ปัญญาที่จะแก้ไข

จาก 10 ข้อนี้ คงจะเป็นทางออกที่ดีให้กับคุณได้บ้าง เพราะเราเชื่อเหลือเกินว่า คุณคงไม่อยากเห็น หรือเป็นผู้หยิบยื่นความมุ่งร้ายที่สวยงามให้กับตัวเองหรือคนที่คุณรัก โดยการอ้างความจำเป็น เพราะบางทีความมุ่งร้ายที่สวยงามในแก้วเหล้าใบนี้อาจเป็นแก้วที่ทำให้เขาหมดโอกาสใช้ชีวิตบนโลก เพราะความหวังดีที่มอบให้กับเขาอย่างผิดวิธีก็ได้...

"ฉันรักเธอ จึงขอมอบยาพิษให้กับเธอ..งั้นหรือ..??"

Cr. ร. ลิ่วเฉลิมวงศ์ สำนักสื่อธรรมะ





10 ข้อคิด เมื่อคุณต้องไปเอนเตอร์เทนลูกค้า !! 10 ข้อคิด เมื่อคุณต้องไปเอนเตอร์เทนลูกค้า !! Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 20:24 Rating: 5

11 ความคิดเห็น:

  1. อนุโมทนาสาธุขอให้มีสุขภาพแข็งแรงเป็นกำลังของผู้เจ็บใข้ได้ป่วยและสุขภาพของคุณหมอเองคะ

    ตอบลบ
  2. สุดยอดดดดด
    ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  3. สุดยอดดดดด
    ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  4. เยี่ยมไปเลยค่ะ..นี่แหล่ะยอดคน..
    อนุโมทนาด้วยนะคะ
    สาธุ..สาธุ..สาธุ..ค่ะ

    ตอบลบ
  5. อนุโมทนาสาธุค่ะ
    กัลยาณมิตรสำคัญ โลกขาดกัลยาณมิตรไม่ได้ค่ะ

    ตอบลบ
  6. ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สำเร็จได้ ย่อมมีบุญอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น...สาธุ ค่ะ

    ตอบลบ
  7. ดีเลยค่ะ. ขอแชร์

    ตอบลบ
  8. ยินดีด้วยครับ คุณหยกฟ้า

    ตอบลบ
  9. ดีมากค่ะ เป็นธรรมทานให้กับผู้ที่ยังดื่มอยู่ ผิดศีลข้อ5 สามารถผิดข้อ1-4 ได้

    ตอบลบ
  10. กราบอนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ

    ตอบลบ
  11. กราบอนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.