พลิกชีวิตปุ๊ปปั๊ปภายใน 1 ปี

กัลฯชูเดช ดวงดอกไม้ - กัลฯกุลธารินทร์ อาชีพค้าขายเครื่องสำอางค์

ชีวิตของสองสามีภรรยาคู่นี้ลำบากเพราะความจนมากถึงขนาดไม่มีที่ซุกหัวนอน แต่วันนี้..ชีวิตเขาพลิกไปอย่างเหลือเชื่อ เพราะบุญที่ทำในยามที่ชีวิตเจอวิกฤติ !!!

"เราเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมาก พอจบม.3 ก็ต้องจากบ้านที่สกลนคร เข้ามาทํางานกรุงเทพฯ โดยมารับจ้างเลี้ยงเด็ก แล้วส่งเงินเดือนทั้งหมดกลับไปให้แม่ ซึ่งใหม่ๆ เรานั่งร้องไห้ทุกวันเลย เพราะรู้สึกน้อยใจในชีวิตที่เกิดมาจน ทําให้ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงวัยอันควร

และพอเราอายุได้ 20 ปี ก็ต้องดิ้นรนหาอาชีพใหม่ ที่คิดว่าน่าจะเปลี่ยนชีวิตเราได้ คือ หันมาเป็นแม่ค้าข้างถนน ขายกรอบรูปบนสะพานลอย ซึ่งต้องตากแดด หนีฝน หลบตำรวจ ได้รายได้แค่กันตายเท่านั้น

จนกระทั่งได้เข้าวัดพระธรรมกายในปี 2547 และมาเจอกับคู่ชีวิต ซึ่งคู่ชีวิตของเราก็อยู่พรรคกระยาจกเหมือนกัน คือ ไม่รวย แต่เราคิดว่าที่เลือกเขา เพราะเราไม่ขัดกันในเรื่องการสร้างบุญเลย แต่ด้วยความจนนี่เอง เรา 2 คนจึงทำบุญได้มากสุดก็แค่หลักร้อยเท่านั้น




จนกระทั่งปี 2554 เป็นปีที่เจอวิกฤติน้ำท่วมหนัก ซึ่งปีนั้นชีวิตเราสาหัสเหลือเกิน จนไม่มีที่จะซุกหัวนอน เพราะน้ำท่วมห้องที่เช่าอยู่ถึงระดับอก ทําให้สินค้าที่ลูกเก็บไว้ขายได้รับความเสียหายทั้งหมด และด้วยภาวะที่สิ้นไร้ไม้ตอกหมดหนทางไป จึงคิดว่าไหนๆ ก็ไม่รู้จะทําอะไรแล้ว มาเอาบุญช่วยวัดพระธรรมกายแพ็คกระสอบหาทรายกั้นน้ำดีกว่า

จนกระทั่งใกล้วันทอดผ้าป่าธรรมชัย ช่วงเดือนธันวาคมปี 2554 สามีก็ถามเราว่า.. 

"ทำรึยัง..บุญใหญ่น่ะ..?"

เราก็เปิดกระเป๋าตังค์ หยิบให้เขา 200 บาท

จากนั้นสามีก็สวนกลับทันทีว่า...

"บุญใหญ่นะ ทำไมทำแค่ 200"

จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าตังค์จากมือเราไปเปิดดูทั้งหมด ซึ่งรวมเงิน 200 ในมือกับเงินในกระเป๋าตังค์แล้วมีแค่ 1,300 บาทเท่านั้น จากนั้นสามีก็หยิบแบงค์พันออกมา เราจึงบอกสามีกลับไปว่า...

"เธอรู้ไหมว่าเงิน 1,300 นี้คือเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของเราสองคนแล้วนะ นับจากนี้...เราไม่เหลืออะไรกันแล้ว"

ด้วยเหตุนี้สามีจึงบอกเราว่า...

"ดีแล้ว..งั้นเราเอาเงินก้อนนี้แหละรื้อผังจน เราต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างมหาทาน ในเมื่อเราจะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ถ้าไม่ทําแบบที่สุด เราจะไปถึงได้อย่างไร"

และพอเราฟังดังนั้น ก็ดึงเงินกลับจากมือสามีทันที...แล้วบอกว่า...

"อย่าเพิ่งเอาไป...ให้ฉันอธิษฐานก่อน

จากนั้นเราก็ยกเงินขึ้นท่วมหัวร้องไห้โฮใหญ่นึกถึงหลวงปู่แล้วอธิษฐานทั้งน้ำตาว่า..

"ลูกเข็ดขยาดกับความจนเหลือเกินค่ะหลวงปู่ นับจากนี้ไปขออย่าให้ความอดอยากยากจนเกิดขึ้นกับลูกอีกเลย ขอให้ผังจนของลูกถูกรื้อออกไปให้หมด"

ตอนนั้นเราร้องไห้หนักมาก เพราะปลื้มหนักมาก เพราะเรายอมแลกด้วยชีวิต เนื่องจากนับจากนี้เราก็ไม่รู้จะกินอะไรกันแล้วค่ะ แต่พอหลังจากทำบุญไปแล้ว เจ้าของบ้านที่เขาเมตตาให้เราไปอาศัยอยู่ด้วยตอนน้ำท่วม ก็ให้เราช่วยเขาขายเครื่องสําอางค์ ซึ่งสามีก็เอามอเตอร์ไซด์ต่อท่อไอเสียให้สูงเพื่อขี่ฝ่าน้ำขนเครื่องสําอางค์ไปขายยังที่ต่างๆ ทำให้ภายในเดือนนั้น ทั้งๆ ที่น้ำยังท่วมอยู่ เราก็มีรายได้พุ่งปรี๊ดไปที่ 3 หมื่นบาทอย่างเหลือเชื่อ !!!


ซึ่งเราดีใจมาก เพราะตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยมีเงินก้อนเยอะขนาดนี้มาก่อน จากนั้นเราก็มีรายได้เข้ามาหนักมากจนถึงช่วงกฐินปี 2555 เราสามารถเป็นประธานกอง S แรกอย่างเหลือเชื่อ !!!


และเราก็เจออานุภาพบุญอีก คือ ขายดีจนปี 2556 เราก็มีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ และเป็นประธานกองกฐินเกือบ 2 S จากนั้นเราก็ขายดีขึ้นอีก และเจอช่องทางแห่งรายได้เพิ่มขึ้นคือ ลูกไปรับจ้างสักคิ้ว จนสามารถเป็นประธานกองระดับ 5 S ได้สําเร็จเป็นอัศจรรย์

จนกระทั่งปี 2558 ได้ตั้งใจจะเป็นประธาน M และวันที่ 10 ตุลาคม ก็รวบรวมปิดกองได้ที่ 7 S

จากนั้นสามีก็รีบไปบวชเลย โดยเขาคิดว่า...ในเมื่อปีนี้...เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้เป็นประธาน M รื้อผังจน เขาจะขอถวายปิดกอง M ในภาวะที่เขาเป็นพระ โดยบอกว่า ถ้าทําบุญในภาวะที่ถือศีล 227 ข้อ ได้บุญมากกว่า พอเราฟังแล้วปลื้มมากเลย แต่ขอบอกความจริงอย่างหนึ่งนะว่า...ขณะที่เราวางแผนจะปิดกอง M น่ะ เรายังไม่มีเงินเลย

แต่ด้วยความที่อยากรื้อผังจนสุดชีวิต ก็เลยเอาเงินโอดีออกมาให้สามีถวายขณะที่เขากําลังบวชไปก่อน ซึ่งก็แปลกมาก พอเราทําอย่างนี้ปรากฏว่าเกิดเหตุอัศจรรย์ คือ

ช่วงนั้นลูกค้าเกิดเป็นอะไรก็ไม่ทราบ สั่งสินค้าทุกวันจนเรามีรายได้เข้ามาชดเชยเงินที่โอดีไปที่ 3 S กว่าอย่างเหลือเชื่อ

ทุกวันนี้ชีวิตเราทั้งสองดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ใครที่ว่า.. วัดพระธรรมกายไม่ดี เราขอบอกว่า...เราพลิกชีวิตเพราะบุญที่ทำกับวัดนี้จริง ๆ เพราะก่อนเราเข้าวัด เราก็คือคนจนที่ไร้อนาคตดีๆ นี่เอง หากเราเชื่อข่าว เราก็คงไม่ได้เข้าวัดนี้ แต่พอเราเข้าวัดมาสร้างบุญในยามที่ชีวิตเราหมดหนทางไป บุญได้พลิกชีวิตเราทั้งหมด นี่คือ..ความจริงที่เรามาพิสูจน์แล้วด้วยตัวเอง"




Cr. ร. ลิ่วเฉลิมวงศ์ สำนักสื่อธรรมะ
พลิกชีวิตปุ๊ปปั๊ปภายใน 1 ปี พลิกชีวิตปุ๊ปปั๊ปภายใน 1 ปี Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 01:41 Rating: 5

36 ความคิดเห็น:

  1. สาธุ ได้บุุญเยอะเลยครับ

    ตอบลบ
  2. ทั้งเก่งและดี สุดยอดเลยค่ะ อนุโมทนา

    ตอบลบ
  3. สุดยอดค่ะ หัวใจเหล็กเพชรจริงๆ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ สาธุๆๆ

    ตอบลบ
  4. อ่านแล้วทำให้รู้เลยครับว่าบุญมีจริง การสั่งสมบุญนำสุขมาให้ครับ

    ตอบลบ
  5. ขอแสดงยินดีด้วย. คิดดีทำดีปฎิบัติดี. ย่อมเปลียนแปลงได้ สาธุ

    ตอบลบ
  6. รางวัลชีวิต..รางวัลแห่งคุณความดี..รางวัลของนักสร้างบารมี..รางวัลอัศจรรย์อันไม่มีประมาณ..รางวัลของลูกหลานผู้มาช่วยกันสืบสาน..พระพุทธศาสนาให้อยู่คู่โลกใบนี้ตลอดไป

    ตอบลบ
  7. สาธุ อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

    ตอบลบ
  8. อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

    ตอบลบ
  9. สาธุ อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ....

    ตอบลบ
  10. อานุภาพพระรัตนตรัยไม่มีประมาณ

    ตอบลบ
  11. สาธุค่ะ เพราะเชื่อมั่นในบุญ ทำเต็มที่เต็มกำลังทำให้ท่านทั้งสองรื้อผังจน มาเป็นคนรวยได้สำเร็จ

    ตอบลบ
  12. อ่านแล้วอึ้ง ขนลุกเลย ประทับใจ และขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบลบ
  13. เพราะบุญจึงสามารถพลิกชีวิต..ให้ดีขึ้นได้อย่างเป็นอัศจรรย์ครับ...อนุโมทนาสาธุครับ

    ตอบลบ
  14. เพราะบุญจึงสามารถพลิกชีวิต..ให้ดีขึ้นได้อย่างเป็นอัศจรรย์ครับ...อนุโมทนาสาธุครับ

    ตอบลบ
  15. อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ สาธุๆ

    ตอบลบ
  16. อนุโมทนา..สาธุค่ะ

    ตอบลบ
  17. อนุโมทนา..สาธุค่ะ

    ตอบลบ
  18. สาธุค่ะ ให้ได้ต่อบุญใหญ่ทุกปีค่ะ

    ตอบลบ
  19. สาธุค่ะ ให้ได้ต่อบุญใหญ่ทุกปีค่ะ

    ตอบลบ
  20. กราบอนุโมทนาสาธุการ สาธุครับ

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.