เกือบตายฟรี

คุณกาญจนภัส อุประวงศา หรือคุณเปิ้ล

หลายคนเกิดเรื่องในกรณีเดียวกับเธอผู้นี้
และไม่มีสิทธิ์ได้เงินประกันใด ๆ เลย
แต่เนื่องจาก..เธอคิดต่างจากคนทั่วไป
เงินก้อนใหญ่จึงตกเป็นของเธออย่างง่ายดาย


คุณกาญจนภัส อุประวงศา หรือ คุณเปิ้ล ปัจจุบันเป็นเจ้าของรีสอร์ตที่เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี

หลายคนเห็นเราเป็นเจ้าของรีสอร์ต อาจจะคิดว่าเรารวย แต่จริง ๆ แล้วเปล่าเลย เพราะเรายิ่งทําก็ยิ่งขาดทุน ขาดทุนจน ติดหนี้ถึง 5 ล้านบาท หนําซ้ำกว่าจะได้นอนก็ตี 2 ทุกคืน จนเราไม่รู้จะทําอย่างไรจึงประกาศให้คนมาเช่า แต่ประกาศ เท่าไรก็ไม่มีใครมาเช่าเลย ในช่วงนั้นเราประกาศอยู่นานถึง 4-5 ปี เพราะรีสอร์ตเราเก่ามาก แถมยังไม่มีแอร์ หนำซ้ำค่าเช่า ยังแพงลิบ คือ ปีละ 1.5 ล้านบาท แต่ที่เราประกาศให้เช่าแพงอย่างนี้ เนื่องจากเราอยากเอาเงินมาใช้หนี้มาก ๆ ตอนนั้นทุกข์จนไม่รู้จะทําอย่างไร จึงไปปรึกษาพระวัดพระธรรมกาย ท่านแนะนําให้เรานั่งสมาธิและอธิษฐานขอกับหลวงปู่ว่า ลูกไม่อยากบริหารรีสอร์ตแล้ว อยากเอาให้เขาเช่า อยากมีเงินใช้หนี้ และอยากย้ายมาอยู่กรุงเทพใกล้ ๆ วัด จะได้มาสร้างบุญสร้างบารมีอย่างเดียว ซึ่งพอเราอธิษฐานอย่างนี้อยู่แค่ 3 สัปดาห์ ก็มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น คือ อยู่ ๆ ก็มีฝรั่งจากเมืองนอกเห็นข้อมูลเราจากทางอินเทอร์เน็ต จึงรีบบินมาขอเช่ารีสอร์ตของเรานานถึง 15 ปี เป็นอัศจรรย์ ทําให้ได้ค่าเช่าถึง 26 ล้านบาท อย่างเหลือเชื่อ อีกทั้งฝรั่งเขายอมจ่ายเงินซ่อมแซมปรับปรุงรีสอร์ตของเราใหม่ด้วยเงินเขาเอง ด้วยเหตุนี้เราจึงทึ่งและ ศรัทธาหลวงปู่มาก


จนกระทั่งต่อมาก็มีเหตุการณ์ครั้งสําคัญเกิดกับครอบครัวเราอีกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 คือ เรากับสามีได้ตัดสินใจทําประกันชีวิต ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551 ตอนนั้นเราตกใจและเสียใจมาก แต่ทางบริษัทประกันเขาบอกว่า เรายังทําประกันไม่ครบ 120 วัน อย่างไรในกรณีนี้ก็ไม่ได้ค่าประกันแน่ ๆ พอเรารู้อย่างนี้...ก็คิดว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะในสัญญาเขาระบุอย่างนั้น ก็ต้องเป็นไปตามนั้น จนกระทั่งอยู่ ๆ ทางบริษัทประกันโทรมาว่าจะให้เงินชดเชยที่ 3 แสนบาท และเมื่อผ่านไปอีกเดือนกว่า ๆ ก็โทรมาบอกว่าจะจ่ายให้ถึง 6 แสนบาท เพราะสามีเราตายเพราะอุบัติเหตุ ซึ่งพอฟังอย่างนี้ก็คิดแว้บขึ้นทันทีเลยว่า ถ้าได้ 6 แสนจริง ๆ ก็จะเอาเงินไปทําบุญหล่อทองหลวงปู่องค์ที่ 5 เพื่ออุทิศให้กับสามีทั้งหมดเลย เพราะเรารู้ว่า...บุญจากการหล่อหลวงปู่เป็นบุญใหญ่มาก เป็นบุญที่จะสามารถช่วยให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลังจากที่ละโลกไปแล้ว และที่สําคัญเราสงสารที่เขาต้องมาตายแบบนี้ แต่ที่น่าอัศจรรย์มากไปกว่านั้นก็คือ พอเราไปรับเงินประกันจริง ๆ ทางบริษัทยอมจ่ายค่าประกันให้เรามากถึง 1,070,000 บาท อย่างเหลือเชื่อ ตอนนั้นเราดีใจสุดชีวิตเลยว่า อย่างน้อยสามีก็ไม่ได้ตายฟรี

จากนั้นเราก็ไม่รอช้า รีบรับเงินก้อนนั้นมาทําบุญหล่อหลวงปู่อุทิศให้สามีทันที และด้วยการที่เราอยากให้สามีได้บุญไปเยอะที่สุด ประกอบกับเราเห็นหลวงพ่อท่านทุ่มเทงานพระศาสนาจนสุขภาพท่านไม่ค่อยแข็งแรง เราเห็นท่านเหนื่อยมาเยอะ จึงเกิดเลื่อมใสศรัทธาอยากจะช่วยหลวงพ่อให้มากกว่านี้ เราจึงตัดสินใจนําทองแท่งกับกําไลที่เก็บไว้นานถึง 20 กว่าปี แล้วมาถวายหล่อหลวงปู่องค์ที่ 5 เพิ่ม รวมแล้วเราได้ถวายทอง ถึง 110 บาททอง หรือกิโลกรัมกว่า...


ตอนนั้นรู้สึกทึ่งกับเรื่องนี้มาก เพราะจริง ๆ แล้วเราไม่มีสิทธิ์ได้ค่าประกันจากในกรณีนี้เลย แต่แค่เราคิดว่าถ้าได้เงิน จะเอามาหล่อหลวงปู่ทั้งหมด ก็ได้เงินอัศจรรย์มากกว่าที่คิดไว้มาก

ต่อมาในช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 เราทราบข่าวจากทางวัดอีกว่าจะมีการหล่อหลวงปู่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานในมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ทําให้เราอยากทําบุญมาก ด้วยเหตุนี้เราจึงอธิษฐานขอกับหลวงปู่อีกว่า ขอให้เราได้ทําบุญหล่อทองหลวงปู่สัก 1 กิโลทองเถิด เราอธิษฐาน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเงินก้อนในมือเลย เนื่องจากฝรั่งที่เช่ารีสอร์ตของเรา เขาจะมาต่อสัญญาและจ่ายเงินค่าเช่าทุก 2 ปี ในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งกว่าเราจะมีเงินก็ต้องรอถึงตอนนั้น แต่ด้วยความที่อยากหล่อหลวงปู่จริง ๆ จึงตั้งจิตอธิษฐานด้วยใจมุ่งมั่นอย่าง ไม่ย่อท้อ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นทางมาของเงินก้อนเลยสักนิด แต่หลังจากที่เราอธิษฐานขอหลวงปู่ไปไม่กี่วัน อยู่ ๆ ก็มีจดหมายจากฝรั่งที่เช่ารีสอร์ตของเราส่งมาว่า ให้รีบมาจดทะเบียนเช่ากับเขาด่วน ภายในวันที่ 1 เมษายนนี้ ซึ่งถ้าไม่มาจะเลื่อนจ่ายค่าเช่าไปเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็งงว่า มันเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติเรานัดกันวันที่ 1 กรกฎาคม แต่ทําไมเลื่อนขึ้นเร็วถึง 3 เดือน ตอนนั้นเราตะลึงมาก รู้ทันทีว่าหลวงปู่ช่วย จากนั้นจึงไม่รอช้ารีบไปจดทะเบียนเช่า และรับเงินค่าเช่ามาทําบุญหล่อทอง 1 กิโลกรัมทันที



ทุกวันนี้เชื่อมั่นในอานุภาพหลวงปู่มาก รู้สึกว่าหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน เพียงแต่เราต้องทําให้ถูกหลักวิชชา เราถึงจะสมปรารถนา คือ มีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการสร้างบุญจริง ๆ ทำบุญทุกบุญอย่างสุดกําลัง และนั่งสมาธิเป็นประจําสม่ำเสมอ ไม่ให้ขาดเลย ซึ่งปัจจุบันเรานั่งสมาธิถึงวันละ 3-4 ชั่วโมง และหากเราทําอย่างนี้อย่างเข้มข้นแล้ว โดยส่วนตัวก็เชื่อมั่นว่า หลวงปู่ท่านใช้วิชชาธรรมกายช่วยลูกหลานของท่านทุกคนให้สมปรารถนาได้จริง ๆ อย่างตัวเราเองก็สมปรารถนามาแล้ว เพราะของจริงจะคู่กับคนจริง ขึ้นอยู่กับว่าเราทําจริงหรือเปล่า...

Cr. ร. ลิ่วเฉลิมวงศ์ สำนักสื่อธรรมะ
อ้างอิง : หนังสือเรื่อง "ชีวิตจะเปลี่ยนไป ถ้าใจกล้าเปลี่ยนแปลง" เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556
เกือบตายฟรี เกือบตายฟรี Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 03:20 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.