มูลนิธิธรรมกาย ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย เมืองทวาย ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา


กัลยาณมิตร คือ คําที่ทรงพลัง อบอุ่นและอ่อนโยน ยากจะมีสัญลักษณ์หรือถ้อยภาษาใดในโลกแทนคุณค่าและความหมายของคํานี้ได้ครบถ้วน

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่คับขัน สิ่งที่ทุกคนต่างแสวงหาและต้องการ คือ เพื่อนแท้ในชีวิต เพื่อนผู้ให้กําลังใจ ชี้แนะแนวทาง และประคับประคองให้ก้าวเดินต่อไปในหนทางที่ถูกต้องดีงาม เฉกเช่นยามที่ชาวบ้านในหมู่บ้านโอโละบิน เมืองทวาย ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์ ไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายแก่ชาวบ้านกว่า ๗๐ หลังคาเรือน และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า ๑,๐๐๐ คน

ทันทีที่ทราบข่าวความเดือดร้อนและความสูญเสียในครั้งนี้ เหล่ากัลยาณมิตรในประเทศไทยต่างพร้อมใจกันหยิบยื่นความหวังและกําลังใจในยามร้างไร้หนทาง ก่อเกิดเป็นสายใยแห่งมิตรภาพที่ยากจะลืมเลือน เมื่อมูลนิธิธรรมกาย โดยหลวงพ่อธัมมชโย ได้ส่งผู้แทนไปมอบถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวและอาหารพร้อมรับประทาน เวชภัณฑ์ จํานวน ๒๐๐ ชุด เสื้อ ๑,๕๐๐ ตัว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในเบื้องต้น โดยเริ่มให้ความช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกับหลวงพ่ออินทญาณมหาเถระ วัดยิงเงะ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน และจะยังคงให้ความช่วยเหลือต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นําโดยรัฐมนตรีภูมิภาคตะนาวศรี อูเหมียกู ได้ทําพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณสําหรับบุคคลและองค์กรที่มอบปัจจัย และสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวทวาย เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ซึ่งมูลนิธิธรรมกายและวัดยิงเงะได้รับมอบด้วย

ท่ามกลางความมืดมนไร้หนทางนั้น  แสงสว่างยังมีอยู่ ธารน้ำใจจากทั่วทุกสารทิศที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ผู้ประสบภัย แสดงให้เห็นถึงน้ําใจของชาวพุทธ ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามทุกข์ยาก ก่อให้เกิดขวัญและกําลังใจที่จะมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขต่อไป










Cr. อัญชลี เรืองจิต
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๕๒ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
มูลนิธิธรรมกาย ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย เมืองทวาย ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มูลนิธิธรรมกาย ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย เมืองทวาย ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 00:09 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.