หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๒๑)

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
ภาพจาก : http://www.enjoythailandtravel.com/1439

วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของลูกศิษย์หลานศิษย์ของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เพราะไม่เพียงแต่เป็นวันคล้ายวันละสังขารของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนีเท่านั้น ยังเป็นวันคล้ายวันละสังขารของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น และวันคล้ายวันสลายร่างของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงด้วย ซึ่งทั้ง ๒ ท่านเป็นผู้สืบสานวิชชาธรรมกายที่สำคัญ

มหาปูชนียาจารย์ทั้ง ๓ ท่าน ควรนับได้ว่าเป็นเพชรของพระพุทธศาสนา ที่เป็นต้นบุญต้นแบบในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย เป็นทนายแก้ต่างให้พระพุทธศาสนามาจนตลอดชีวิตของท่าน ควรที่เราผู้เป็นลูกศิษย์หลานศิษย์ของท่านจะต้องเดินตามรอยเท้าของท่าน สืบสานมโนปณิธานของท่านอย่างเต็มที่เต็มกำลังโดยไม่หวั่นต่ออุปสรรคใด ๆ ทั้งนี้เพื่อให้พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี ทุ่มเทค้นคว้ามาด้วยชีวิตคงอยู่และสืบทอดต่อไปถึงลูกหลานในอนาคต

ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่า พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตั้งใจศึกษาความรู้ในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะด้านวิปัสสนาธุระอย่างจริงจังมาตั้งแต่บรรพชาอุปสมบทได้เพียงวันเดียว ในตลอดพรรษาแรกของการศึกษาที่ได้เรียนวิปัสสนากับพระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ แล้ว ท่านเพียรท่องหนังสือสวดมนต์จนจบหมดทั้งพระปาฏิโมกข์ภายในพรรษานั้น ครั้นเมื่อเรียนคันถธุระ ท่านศึกษาจนไปพบกับคำว่า อวิชฺชาปจฺจยาจึงเกิดความสงสัยใคร่รู้ว่าหมายถึงอะไร จึงพยายามสอบถามเพื่อนพระภิกษุด้วยกัน สอบถามพระพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของท่าน ตลอดจนพระอาจารย์อีกรูปหนึ่งก็กลับได้รับคำตอบว่า เขาไม่แปลกันหรอกคุณ...อยากรู้ต้องไปเรียนที่บางกอกด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ท่านตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ1

1นักวิจัยสถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัยสัมภาษณ์สอบทานข้อมูลครั้งล่าสุดจากกัลยาณมิตรองุ่น สุขเจริญ ประมาณต้นเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งสอดคล้องกับหนังสือหลายเล่มที่เรียบเรียงเกี่ยวกับพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ระบุว่าท่านติดค้างความหมายของคำว่า อวิชฺชาปจฺจยาอยู่พักใหญ่ พยายามสืบค้นจากผู้รู้ต่าง ๆ แล้วยังไม่ได้คำตอบที่จะคลายข้อสงสัยได้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขคำตอบของคำนี้ ในท้ายที่สุดพระพี่ชายผู้เป็นญาติของท่าน คือ หลวงปู่หอม เกสฺโร ได้กล่าวกับท่านว่า ถ้าท่านติดใจสงสัยในคำนี้จริง ๆ ท่านควรลงไปหาคำตอบที่กรุงเทพฯ

เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่เข้ามาศึกษาเล่าเรียนที่สำนักวัดพระเชตุพนฯ แล้ว ท่านตั้งใจศึกษาความรู้ทุกอย่างในภาคปริยัติอย่างเต็มที่ โดยเริ่มเรียนตั้งแต่มูลกัจจายนะถึง ๓ จบ พระธรรมบท ๘ ภาค พระคัมภีร์มังคลัตถทีปนี และอภิธรรมสังคหะ ซึ่งในยุคของท่านนั้น (พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๕๐๒) การศึกษาเล่าเรียนพระบาลียังเป็นไปด้วยความยากลำบากการคมนาคมยังไม่คล่องตัว ขณะเดียวกันท่านไม่ได้เล่าเรียนจากพระอาจารย์เพียงรูปเดียว และไม่ได้เรียนแต่ความรู้ด้านปริยัติอย่างเดียว แต่ท่านศึกษาควบคู่ไปกับด้านวิปัสสนาธุระตลอดเวลา สำนักใดวัดใดที่ทราบว่าเป็นที่นิยมหรือมีคณาจารย์ที่มีความรู้เชี่ยวชาญ พระเดชพระคุณหลวงปู่ก็มีวิริยอุตสาหะเข้าไปศึกษาหาความรู้จนครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการไปศึกษากับท่านเจ้าคุณสังวรานุวงศ์เถร (เอี่ยม) วัดราชสิทธาราม ท่านพระครูญาณวิรัติ วัดพระเชตุพนฯ พระอาจารย์สิงห์ วัดละครทำ พระอาจารย์ปลื้ม วัดเขาใหญ่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี หรือพระอาจารย์รูปอื่น ๆ จากอีกหลายวัด เช่น ที่วัดอรุณราชวรารามฯ วัดสุทัศน์เทพวรารามฯ วัดจักรวรรดิราชาวาสฯ เป็นต้น แต่ก็ไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อกลับมายังวัดพระเชตุพนฯ ที่ท่านพำนักในเวลากลางคืนแล้ว ในแต่ละวันท่านก็ยังคงไปขอศึกษาเพิ่มเติมกับอาจารย์ท่านอื่นอีกอย่างสม่ำเสมอ ความตั้งใจอย่างจริงจังของท่านดังกล่าวนี้ ทำให้เรารู้ว่า ความรู้ในภาคปริยัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่จะต้องมีความสมบูรณ์บริบูรณ์ไม่น้อยก่อนที่ท่านจะก้าวเข้าสู่การศึกษาใน ภาคปฏิบัติและปฏิเวธในเวลาต่อมา

เช่นเดียวกับในหนังสือ ชีวประวัติของพระมงคลเทพมุนี และ อานุภาพธรรมกายพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) (ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระวันรัต) นั้น ได้กล่าวไว้ตรงกันถึงคุณลักษณะของผู้มีความเพียรในการศึกษาความตั้งใจทำตามเป้าหมายอย่างจริงจังของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ก่อนที่ท่านจะก้าวเข้ามาสู่การเป็น ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายว่า (หลวงปู่) ท่านมิได้ใช้เวลาเพียงวันเดียว เดือนเดียว หรือปีเดียวเพื่อเรียนรู้ แต่ใช้เวลานับสิบ ๆ ปี ในการศึกษาเล่าเรียน บ่มเพาะความรู้ความเข้าใจจากครูบาอาจารย์เกือบจะทั่วแผ่นดินไทย แม้ภายหลังเมื่อท่านมุ่งศึกษาธรรมปฏิบัติแล้ว การศึกษาก็ยังทำควบคู่ไปกับการตำรา (เช่นวิสุทธิมรรค) อยู่เสมอ จนกระทั่งเกิดผลที่ชัดเจนจากการปฏิบัติ จนท่านมีความเข้าใจขึ้นในตนว่า ธรรมะไม่ใช่เป็นของพอดีพอร้าย เป็นของที่ลึกซึ้งยากที่มนุษย์จะเข้าถึง2 ความรู้จากการปฏิบัติที่ท่านได้รับจึงไม่ใช่ความรู้ที่ฉาบฉวยหรือเกิดจากการคิดพิจารณา วิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ ภายนอก แต่เป็นผลรวมจากความเพียรอย่างจริงจังเกือบตลอดทั้งชีวิตของท่านค้นพบมา และด้วยความเชื่อมั่นอันนี้เองที่ทำให้ท่านมุ่งมั่นที่จะขยายความรู้ที่ท่านค้นพบออกไปให้กว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพียงแต่จุดที่สำคัญอยู่ที่ว่า การจะพิสูจน์ความรู้ที่ท่านสอนได้นั้นจะต้องเกิดจากการปฏิบัติ (แบบนักปฏิบัติธรรม) อย่างจริงจังเท่านั้นจึงจะพบได้ ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายประการหนึ่งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายต้องเผชิญตลอดมาเช่นกัน

2สิงหล, บุคคลยุคต้นวิชชา เจาะลึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ บุคคลยุคสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ (พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๕๐๒), กรุงเทพฯ : บริษัท มอนิ่งกราฟ จำกัด, ๒๕๕๓, หน้า ๒๗.

ดังที่เราทราบกันมาว่า เมื่อท่านอุปสมบทมาจนล่วงเข้าในพรรษาที่ ๑๒ อายุของท่านอยู่ในราว ๓๓-๓๔ ปี ความรู้ในด้านการแปลคัมภีร์ภาษามคธและความมุ่งหมายเดิมในการแปลหนังสือมหาสติปัฏฐานลานยาวสำเร็จบริบูรณ์ลงแล้ว ท่านจึงหันไปเอาจริงเอาจังกับการศึกษาด้านวิปัสสนาธุระเพียงอย่างเดียว ในช่วงเวลานั้น พระเดชพระคุณหลวงปู่กำลังพิจารณาเลือกสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่เหมาะสม ในครั้งแรกท่านเห็นว่าบริเวณพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ นั้น มีอาณาบริเวณกว้างขวาง ร่มรื่น สงบเงียบ เหมาะแก่การปฏิบัติ แต่ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีกตัญญูกตเวทิตาธรรมสูง จึงได้ระลึกว่าเมื่อแรกบรรพชาอุปสมบทมา ท่านเจ้าอธิการชุ่ม วัดโบสถ์บน บางคูเวียง คลองบางกอกน้อย เคยมีอุปการะแก่ท่านมาก ได้เคยถวายคัมภีร์มูลกัจจายนะและคัมภีร์พระธรรมบทให้ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม ท่านคิดตอบแทนพระคุณของท่านเจ้าอธิการชุ่ม จึงเลือกไปจำพรรษาที่วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ด้วยหวังว่าความรู้ที่ท่านมีจะได้ใช้แสดงธรรมเผยแผ่เป็นประโยชน์แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาบ้าง จึงได้เดินทางไปยังวัดโบสถ์บน บางคูเวียง ในช่วงก่อนพรรษาที่ ๑๒ นั้น และในที่สุดแล้ว พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) จึงได้ปรารภความเพียรปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานโดย เอาชีวิตเป็นเดิมพัน... ถ้าไม่ได้ตายเถิดจนบรรลุธรรมในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ในอุโบสถวัดโบสถ์บน บางคูเวียง เมื่อกลางพรรษาที่ ๑๒ นั้นเอง

หลังจากการบรรลุธรรม สิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ทำต่อ ๆ มา พบว่าเป็นเรื่องของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายเป็นหลัก และทำอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็ตระหนักว่า ธรรมที่ท่านเข้าถึงนี้เป็นของลึกซึ้ง ยากนักที่มนุษย์จะเข้าถึงได้เนื่องจากจะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติอย่างแท้จริงก่อน แต่ด้วยความที่ท่านเห็นความสำคัญของการนำธรรมะให้เผยแผ่ออกไปสู่วงกว้าง ต้องการเป็นพยานยืนยันถึง ความมีอยู่จริงของพระธรรมกายภายในที่ท่านเข้าถึง ท่านจึงไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคหรือปัญหาใด ๆ ตลอดระยะเวลาที่เริ่มขยายวิชชาธรรมปฏิบัติไปสู่สังคม

แม้ว่าในระหว่างการเผยแผ่วิชชาธรรมกายในหลายปีต่อมาจะเต็มไปด้วยปัญหาการถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีศิษยานุศิษย์ที่ สำเร็จการศึกษาคือ บรรลุธรรมตามท่านมามากมายเช่นกัน จากวัดบางปลา จ.นครปฐม ซึ่งเป็นที่เผยแผ่ธรรมปฏิบัติครั้งแรก มีพระภิกษุที่เจริญรอยตามท่านได้ ๓ รูป คือ พระภิกษุสังวาลย์ พระภิกษุแบน พระภิกษุอ่วม กับคฤหัสถ์ ๔ คน ส่วนในพรรษาที่ ๑๓ พระภิกษุหมกได้บรรลุธรรมตามท่านเพิ่มอีก ๑ รูป

การมีพระภิกษุและคฤหัสถ์บรรลุธรรมตามท่านขึ้นมานี้ จึงเท่ากับว่าธรรมที่ท่านค้นพบและธรรมปฏิบัติที่ท่านสอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิดเพี้ยน ไม่ใช่สิ่งที่อยู่นอกพระพุทธศาสนา เพราะมีลักษณะที่เป็น สันทิฏฐิโก(ผู้ที่ปฏิบัติจึงจะรู้เห็นได้ด้วยตนเอง) อกาลิโก(ผู้ใดที่ปฏิบัติ ผลย่อมจะเกิดแก่ผู้นั้นเหมือนๆ กันโดยไม่จำกัดกาล) เอหิปัสสิโก(เป็นของมีจริงและดีจริง) ปัตจัตตัง เวทิตตัพโพ วิญญูหิ(ธรรมนั้นเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตน ผู้อื่นจะพลอยรู้พลอยเห็น และสัมผัสตามด้วยมิได้เลย)3 ครบถ้วนตามที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวสอนไว้ และการที่มี ทนายพระศาสนาเพิ่มขึ้นโดยลำดับนี้ ย่อมมีส่วนให้การเผยแผ่ธรรมของพระเดชพระคุณหลวงปู่ค่อย ๆ เจริญรุดหน้าขึ้นได้อย่างมั่นคงโดยลำดับ

3 พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว), พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ บทขยายความพระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) (หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ), กรุงเทพฯ : บริษัท นฤมิต โซล (เพรส) จำกัด, ๒๕๕๖.

นอกจากบุคคลกลุ่มแรกซึ่งได้บรรลุธรรมตามพระเดชพระคุณหลวงปู่แล้ว ภายหลังก็ยังมีศิษยานุศิษย์อีกเป็นจำนวนมากที่เข้ามาศึกษาและบรรลุธรรมต่อ ๆ มาอีกนับหมื่นคน (จากจำนวนผู้ที่สนใจเข้ามาฝึกปฏิบัติกับท่านนับแสนคน)4 การเผยแผ่ในยุคของท่านเป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ท่ามกลางกลุ่มชนทั้งที่เข้าใจและไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับในยุคปัจจุบัน ความวิริยอุตสาหะในการศึกษา ตลอดจนการยืนหยัดเพื่อการเผยแผ่ วิชชาธรรมกายของพระเดชพระคุณหลวงปู่ดังที่กล่าวมานี้ เป็นเครื่องยืนยันให้เราเห็นว่า พระเดชพระคุณหลวงปู่ จริงต่อการเป็นทนายแก้ต่างให้แก่พระพุทธศาสนามากเพียงใด ในท่ามกลางกระแสทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมากมาย แต่ท่านมิได้หวั่นไหวหรือเปลี่ยนแปลงมโนปณิธานที่ตั้งไว้ ยังดำเนินตามเป้าหมายของท่านเรื่อยมาจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต คือ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๒ หรือกว่า ๕๘ ปีล่วงมาแล้ว

4สิงหล, บุคคลยุคต้นวิชชา เจาะลึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ บุคคลยุคสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ (พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๕๐๒), กรุงเทพฯ : บริษัท มอนิ่งกราฟ จำกัด, ๒๕๕๓, หน้า ๓๔-๓๕ และ ๔๙.

จากที่ผู้เขียนได้ย้อนรำลึกไปถึงเส้นทางของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นเป็นเบื้องต้นนี้ โดยจุดประสงค์ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ซึ่งเราเคารพรักยิ่งนี้ ท่านรักและให้ความสำคัญกับวิชชาธรรมกายเพียงใด ท่านเริ่มต้นฝึกหัดขัดเกลาตัวของท่านมาอย่างไร หรือสั่งสมคุณลักษณะของการเป็น ครูมาอย่างไร กว่าที่ท่านจะได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาปูชนียาจารย์ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายเช่นในปัจจุบันนี้ การย้อนกลับไปศึกษาเรื่องราวที่สำคัญของท่าน โดยเฉพาะในด้านการศึกษาของท่านนั้นถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในหลาย ๆ แง่มุม เช่น ทำให้เราเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับคำสอนและหลักการของท่านทั้งในภาคปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ เชื่อมั่นในความ มีอยู่จริงของวิชชาธรรมกาย รวมทั้งทำให้เราทราบว่า เราควรดำเนินตามรอยท่านอย่างไรบ้าง ในโอกาสวันคล้ายวันครบรอบการละสังขารของท่านในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่จะถึงนี้

ในฉบับหน้า ผู้เขียนจะขอโอกาสนำ  เรื่องราวที่ลึกซึ้งในปฏิปทาของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อันเกี่ยวกับการประกาศคุณของวิชชาธรรมกายจากตัวท่านเอง เมื่อครั้งที่ท่านยังจำพรรษา ณ วัดปากน้ำ ตลอดจนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของท่านในขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มานำเสนอเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชนในวงกว้าง ซึ่งบางส่วนอาจไม่ทราบหรือหลงลืมไป ในท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกท่านนักสร้างบารมีทุกท่าน พุทธศาสนิกชนทุกท่านจงมีความสุขสวัสดี มีความเข้มแข็ง องอาจ กล้าหาญในการเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดไป

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอชื่นชมอนุโมทนากับลูกหลานมหาปูชนียาจารย์ทุกคน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันด้วยสามัคคีธรรม ร่วมกันสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตรจนบรรลุเป้าหมาย ๑๗,๑๙๑,๙๑๙ จบ ในวันคล้ายวันเกิดคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และพร้อมกันนี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านมารวมใจให้เป็นหนึ่งกันอีกครั้งโดยร่วมกันสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ๒๐,๐๐๐,๓๓๓ จบ ในวันมหาปูชนียาจารย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อถวายเป็นกตัญญูบูชาแด่ครูวิชชาธรรมกายโดยพร้อมเพรียงกัน และขอให้ความปรารถนาอันดีงามของทุกๆ ท่านที่ได้ตั้งใจไว้ดีแล้วนั้นจงสำเร็จสมความปรารถนาทุกประการเทอญ

ขอเจริญพร

Cr. พระสุธรรมญาณวิเทศ วิ. (สุธรรม สุธมฺโม)
และคณะนักวิจัย DIRI
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๗๒ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐

วัดโบสถ์บน บางคูเวียง
ภาพจาก : http://www.dmc.tv/pages/พระพุทธศาสนา/วัดโบสถ์บน บางคูเวียง.html

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
ภาพจาก : https://sites.google.com/site/thxmgtheiywthiwadphothi/

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
ภาพจาก : http://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=moonee&month=01-0211&date=05&group=179&gblog=19

วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
ภาพจาก : https://m.diariodelviajero.com/asia/guia-de-templos-de-bangkok-wat-suthat-y-el-columpio-gigante

วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร
ภาพจาก : http://www.gerryganttphotography.com/wat_chakkrawat_ratchawat.html
หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๒๑) หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๒๑) Reviewed by สำนักสื่อธรรมะ on 20:33 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.