Change the World in Nepal จุดประกายแสงแห่งธรรมในแดนประสูติ (เนปาล)


ดวงจันทร์และดวงดาวสุกสว่างเหนือเทือกเขาเอเวอร์เรสต์เปล่งประกายงดงาม กล่าวกันว่าเป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยที่สุดทางตอนเหนือของประเทศเนปาล ซึ่งหากใครไม่ได้แวะไปเยือน ถือว่ายังไปไม่ถึงประเทศมนต์เสน่ห์แห่งหุบเขาหิมาลัย แต่วันนี้เทือกเขาอันศักดิ์สิทธิ์ดูจะงดงามแปลกตากว่าทุกวัน เมื่อนิมิตหมายอันเป็นมงคลได้บังเกิดขึ้น ด้วยการจุดประกายแห่งธรรมให้สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง ในดินแดนประสูติของพระพุทธองค์

ด้วยดำริของหลวงพ่อธัมมชโย ประธานมูลนิธิธรรมกาย ที่ปรารถนาจะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนประสูติให้กลับคืนมารุ่งเรืองดังเดิม คณะสงฆ์ประเทศเนปาลร่วมกับยอดนักสร้างบารมีทุกหมู่เหล่า ได้พร้อมใจกันจัดพิธีบรรพชาหมู่สามเณรธรรมทายาท ๑,๑๑๒ รูป ประเทศเนปาล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ราชบัณฑิต) เมตตาไปเป็นพระอุปัชฌาย์ ณ บริเวณลานเสาอโศก มายาเทวีลุมพินี ประเทศเนปาล ซึ่งนับเป็นครั้งที่ ๒ ในปีเดียวกัน หลังจากได้จัดพิธีบรรพชาหมู่สามเณรธรรมทายาท ๑๑๑ รูป ระหว่างวันที่ ๑๙ มกราคม ถึง ๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เนื่องในวาระครบรอบ ๑๑๑ ปี ของพระปัญญานันทะ พระมหาเถระผู้บุกเบิกพระพุทธศาสนาในประเทศเนปาล บรรยากาศงานมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์นี้ อบอวลไปด้วยรอยยิ้มอิ่มบุญเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

นมัสเต...คำทักทายสวัสดีพร้อมพนมมือไหว้แบบเนปาล แถมพ่วงด้วยรอยยิ้มจริงใจ คือคำแรกที่เราได้ยินเมื่อเดินทางไปถึง ทำให้รู้สึกอบอุ่นคลายความกังวลเมื่อต้องอยู่ต่างถิ่นแดนไกล รถบัสคันเล็กพาหมู่คณะผ่านถนนแคบ ๆ จากสนามบินตรีภูวัน เข้าสู่ที่พักในกรุงกาฐมัณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล

หลายท่านได้มีโอกาสเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์สวยัมภูวนารถ และเจดีย์มหาโพธินาถที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล ซึ่งเกือบทุกเจดีย์มีรูปดวงตาทั้ง ๔ ด้าน หมายถึงดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ ทิศ เนื่องจากเจดีย์ตั้งอยู่บนภูเขา เราจึงสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของกรุงกาฐมัณฑุได้ ๓๖๐ องศา

ในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันตัดปอยผม ได้รับความเมตตาจากท่าน มหาสังฆนายกแห่งประเทศเนปาลมาเป็นประธานสงฆ์ ผู้บวชในครั้งนี้ต้องผ่านการคัดเลือกจากพระอาจารย์และพระพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี คือ ต้องท่องขานนาคได้ สวดมนต์ได้ นั่งสมาธิได้ เป็นต้น เพื่อเหมาะสมเป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่ญาติโยม พิธีในครั้งนี้มีพุทธศาสนิกชนชาวเนปาลเข้าร่วมหลายพันคน ทำให้ขบวนแห่นาคธรรมทายาทยาวเป็นกิโลเมตร

ความประทับใจในการจัดเตรียมสถานที่นั้นยากจะลืมเลือน เพราะการจัดงานบวชอาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับประเทศไทย แต่ยากเอาการสำหรับการจราจรในประเทศเนปาล

ปิ๊นๆ มอๆ... ตลอดทั้งวันในกรุงกาฐมัณฑุ จะได้ยินเสียงแตรรถดังทั้งวัน คนเนปาลใช้วิธีบีบแตร เพื่อจะบอกคนอื่นว่าฉันมาแล้วนะ ระวังด้วยนะ แม้จะดูวุ่นวาย แต่กลับไม่เห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเมืองนี้เลยสักครั้ง อาศัยความเอื้ออาทรในชีวิตประจำวันที่มีให้กัน ทุกคนจึงขับขี่อย่างสบายใจ รถที่ใช้ส่วนมากจะเป็นรถคันเล็ก ๆ เช่น รถมอเตอร์ไซค์และรถจักรยาน ติดป้ายทะเบียนสีแดงเท่านั้น สมคำบอกเล่าที่ว่า เนปาล...มีแต่รถป้ายแดง

อีกสิ่งหนึ่งที่จะเห็นอยู่ทั่วไปบนถนนที่จอแจคือ วัว คนเนปาลนับถือวัวมาก เพราะถือว่าวัวเป็นพาหนะของพระศิวะ วัวจึงมีสิทธิเสรีที่จะเดินไปไหน มาไหนตามใจชอบ โดยไม่มีใครคอยขัดขวาง ว่ากันว่าคนขับรถที่นี่ระวังวัวมากกว่าระวังคน ขับรถชนคนยังพอจะเคลียร์กันได้ แต่ถ้าขับรถชนวัว... จำคุกสถานเดียว

แต่กระนั้นพิธีแห่นาคธรรมทายาทก็เป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะความศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนชาวเนปาลไม่ยิ่งหย่อนกว่าประเทศใดในโลก สมชื่อเมืองแห่งเทพเจ้า เพราะคนเนปาลมีวิถีชีวิตผูกพันกับศาสนามาก พวกเขาผสมผสานอิทธิพลของศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ทุกบ้านจะมีเทพเจ้าประจำบ้าน ตามถนนหนทางก็มี การปฏิบัติศาสนกิจถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต คนเนปาลไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งเช้า-เย็น ซึ่งคนที่ไปวัด ไหว้พระมาแล้วจะแต้มสีแดงที่หน้าผาก นับเป็นภาพที่เราเห็นจนชินตา

ในรอบปีคนเนปาลจะมีเทศกาลที่ต้องหยุดงานเฉลิมฉลองทางศาสนา ๒๐๐ กว่าวัน นั่นหมายความว่า คนที่นี่ทำงานกันแค่ปีละร้อยกว่าวันเท่านั้น ยิ่งฤดูหนาวจะทำงานแค่ ๑๐ โมงเช้า ถึงบ่าย ๓ โมงเย็น ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลงานบวชที่เราจัดพอดี แม้อุณหภูมิจะลดต่ำกว่าศูนย์องศา ทว่า เป็นฤดูการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะท้องฟ้าโปร่งใสสวยงามที่สุดในรอบปี ชาวพุทธเนปาลบอกข่าวงานบุญนี้ปากต่อปาก จึงมีคนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

แม้ประเทศเนปาลจะมีปัญหาในด้านสาธารณูปโภคมาก น้ำไม่ค่อยไหล ไฟฟ้าดับวันละ ๔-๑๘ ชั่วโมงต่อวัน พอ ๔-๕ ทุ่มร้านรวงปิดหมดแล้ว เงียบสงบไม่มีแสงสี แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อหมู่คณะยอดนักสร้างบารมีที่ไปร่วมจัดงานบวชครั้งนี้แต่อย่างใด เพราะต่างสวมหัวใจพระบรมโพธิสัตว์ มุ่งหวังที่จะจุดประกายความสว่างไสวแห่งธรรมในดินแดนประสูติแห่งนี้มาตั้งแต่ต้น

เพราะเราตระหนักดีว่า ประเทศเนปาลมีสิ่งที่พวกเขาภาคภูมิใจมากที่สุด นั่นคือ ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งเราได้จัดให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบรรพชาในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ นับเป็นกิจกรรมงานบุญที่ช่วยจุดประกายความหวังอันสว่างไสวให้กับชาวพุทธเนปาลทั่วประเทศ จากจำนวนประชากร ๒๗ ล้าน มีชาวพุทธอยู่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ คือ  ล้าน ๓ แสนคน นับเป็นจำนวนไม่น้อยในการผลักดันกิจกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างขวางออกไปในอนาคต

ภาคเช้า ๐๗.๓๐ น. เป็นพิธีเวียนประทักษิณรอบเสามายาเทวี จากนั้น ตัวแทนมูลนิธิธรรมกายกล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ประธานฝ่ายฆราวาส เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนปาล นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ กล่าวเปิดงาน

ในพิธีขอบรรพชา ตัวแทนนาคธรรมทายาท ๒ ท่าน น้อมนำพานพุ่มถวายพระอุปัชฌาย์ พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. , ราชบัณฑิต) จากนั้น พระอุปัชฌาย์ให้โอวาทแก่นาคธรรมทายาท เสร็จแล้วนาคแปรแถวเข้าไปคล้องอังสะ และไปเข้าพื้นที่ครองผ้า ต่อด้วยพิธีขอสรณคมน์และศีล และพิธีขอนิสัย เมื่อเสร็จสิ้นพิธีบรรพชา มีการถ่ายภาพประวัติศาสตร์ที่ด้านหน้าเสามายาเทวี

ในช่วงเย็นได้จัดพิธีรวมใจจุดประทีป ณ ลุมพินีสถาน จุดที่เป็นต้นกำเนิดแสงแห่งสันติภาพโลก ประธานสงฆ์ไทย พระราชรัตนรังสี เมตตานำกล่าวคำอธิษฐานจิต ค่ำคืนนั้นดวงประทีปสว่างไสวไปทั่วทั้งบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ส่งสัญญาณสำคัญให้โลกรับรู้ว่าพระพุทธศาสนาจะกลับมารุ่งเรืองสว่างไสวดังเช่นครั้งพุทธกาล

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ประธานาธิบดีเนปาล ดร.ราม บาราน ยาดาฟ ยังขอปวารณาที่จะนำต้นกำเนิดประทีปแห่งสันติภาพโลกจากสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ไปส่องสว่าง ณ ศูนย์รวมใจของชาวเนปาลทั้งประเทศ ที่จตุรัสทุนดีเคล เมืองหลวงกาฏมัณฑุ โดยจัดให้เป็นวาระแห่งชาติในชื่อ Together for World Peace โดยมีท่านประธานาธิบดีมาเป็นประธานในพิธี สำหรับบุคคลประวัติศาสตร์ที่ได้ร่วมกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนประสูติ หลวงพ่อธัมมชโยมีดำริให้จัดทำหอประวัติศาสตร์ Hall of Fame จารึกชื่อผู้มีส่วนร่วมในบุญครั้งนี้ด้วย

น่าสนใจอย่างยิ่งว่า อะไรคือความสำเร็จที่เรียกได้ว่า “เกินควรเกินคาด” ในพิธีบรรพชาหมู่สามเณรธรรมทายาท ,๑๑๒ รูป ครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศเนปาล สิ่งที่เราต่างสัมผัสและรับรู้ได้ คือ พลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของชาวพุทธเนปาลที่สื่อผ่านภาพและเสียงไปทั่วโลก เป็นการตั้งคำถามนำพาเราให้ค้นหาคำตอบที่ว่า ท่ามกลางกระแสแห่งศรัทธาในศาสนาฮินดูอันแข็งแกร่ง ศาสนาพุทธแทงยอดทะลุขึ้นมาเหนือเมฆหมอกแห่งอภิปรัชญาเหล่านั้นได้อย่างไร ภาพที่เราเห็นทำให้ชาวไทยเข้าใจพระพุทธศาสนาในทางที่ถูกต้อง ว่าความจริงเนื้อแท้แล้ว มนุษย์ทุกคนล้วนแสวงหาที่พึ่งอันประเสริฐ ซึ่งเป็น “สารธรรม นำความสงบสุขอันเกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา มากกว่าตัวบุคคลหรือพิธีกรรม อันจะนำไปสู่สันติสุขแก่ตนเองและสังคมโลกอย่างแท้จริง
















Cr. อัญชลี เรืองจิต
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.  ๒๕๕๔
Change the World in Nepal จุดประกายแสงแห่งธรรมในแดนประสูติ (เนปาล) Change the World in Nepal จุดประกายแสงแห่งธรรมในแดนประสูติ (เนปาล) Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 23:28 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.