การบวชเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จะฝึกตนให้เป็นเนื้อนาบุญได้อย่างไร ?


พระภิกษุทุกรูปได้ชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลก แต่จะเป็นเนื้อนาบุญได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการฝึกตนของบุคคลนั้น ถ้าใครเป็นเนื้อนาบุญของโลกได้จริง เมื่อศรัทธาสาธุชนทำบุญกับท่าน เขาจะได้บุญมาก บุญเป็นที่มาแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย เมื่อใดที่บุญส่งผล ความยากจนก็จะหมดไป

การที่ผู้ใดจะเป็นเนื้อนาบุญได้เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจของท่าน และความบริสุทธิ์นั้นเกิดขึ้นจากการฝึกปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

พระภิกษุที่ตั้งใจฝึกปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ อย่างเคร่งครัด ใจของท่านก็มีความบริสุทธิ์เกิดขึ้น เหมาะสมแก่การเข้าถึงธรรมตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปตามลำดับขั้นตอนแล้ว แม้ว่าท่านยังไม่สิ้นอาสวกิเลส ยังไม่เข้าถึงธรรมภายใน ยังไม่เข้าถึงดวงปฐมมรรค ยังไม่สว่างเป็นตะวันเที่ยงที่กลางท้อง ท่านก็สามารถเป็นเนื้อนาบุญได้ระดับหนึ่งแล้ว

เพราะแม้ว่าท่านยังไม่เข้าถึงธรรม แต่ท่านได้ฝึกปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเพียงแค่นั่งสมาธิแล้วรู้สึกว่าใจอิ่มใจชุ่มฉ่ำ เกลี้ยงเกลา มีความสุขกับการนั่งสมาธิ เวลาท่านจะยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึกเบากาย เบาใจ รู้สึกไม่มีความขุ่นมัว ไม่มีเรื่องกังวลใด ๆ ค้างคาใจ รู้สึกว่าง โปร่ง โล่ง เบา เวลาท่านจะเหยียดแขน คู้ขา จะเหลียวหน้า จะกลับหลัง รู้สึกตนว่ามีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา

อารมณ์สงบสุขที่เกิดขึ้นในทุกอิริยาบถจากการปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ดังกล่าวนี้ คือสัญญาณบ่งบอกว่า ใจของท่านสงบนิ่งบริสุทธิ์ได้ระดับหนึ่งแล้ว สามารถจรดนิ่งเข้าศูนย์กลางกายได้ระดับหนึ่งแล้ว

เมื่อใจของท่านมั่นคงอยู่ที่ศูนย์กลางกายมากขึ้นตามลำดับ ไม่เที่ยวตะลอนไปไหน ๆ บุญจากพระนิพพานย่อมหลั่งไหลมาหล่อเลี้ยงใจของท่าน จึงทำให้ท่านเกิดอาการชุ่มเย็นใจจากการปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ อย่างนั้นอยู่เป็นประจำ

เมื่อใจหยุดนิ่งเข้าไปข้างในศูนย์กลางกายอย่างนั้น ก็ต่อเอาท่อธารบุญจากพระนิพพานมาเลี้ยงใจได้ทันที อุปมาเหมือนการต่อไฟฟ้าเข้ามาในบ้าน ทำให้เกิดความสว่างขึ้นมา

ถึงแม้ท่านยังไม่ถึงปฐมมรรค ยังไม่ถึงธรรมภายใน แต่ก็ต่อเอาท่อธารบุญมาใช้ได้บ้างแล้ว และเมื่อท่านพากเพียรปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไป จนกระทั่งได้บรรลุคุณวิเศษอันยอดเยี่ยม ท่านก็จะกลายเป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลกขึ้นมา สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ใน ปฐมปุญญาภิสันทสูตร [องฺ จตุกฺก ๓๕/๕๑/๑๗๘-๑๗๙ (มมร.)] ว่า

ภิกษุบริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยของทายกใด เข้าเจโตสมาธิอันเป็นธรรมหาประมาณมิได้ ท่อธารบุญกุศลของทายกนั้นย่อมนับประมาณมิได้ นำมาซึ่งความสุขให้ซึ่งผลอันดีเลิศ มีความสุขเป็นวิบาก เป็นทางสวรรค์ เป็นไปเพื่อผลที่ปรารถนา ที่รักใคร่ ที่ชอบใจ เพื่อประโยชน์ เพื่อสุข

เมื่อเป็นอย่างนี้ ญาติโยมมาทำบุญด้วยก็เหมือนกับมาต่อสายบุญเข้าไปในตัวของเขา เหมือนการต่อสายไฟเข้าบ้าน ทำให้ญาติโยมที่มาทำบุญได้บุญมากไปด้วย เมื่อเขาได้บุญมาก บุญก็ส่งผลก่อน ส่งผลมาก เขาก็จะพ้นจากความยากจน ทำมาหาทรัพย์ได้ง่าย ได้มาก ทรัพย์ที่มีก็รักษาไว้ได้ ทรัพย์ไม่สิ้นไป ไม่ถูกทำลายไป ดังที่พระพุทธองค์ทรงอุปมาไว้ว่า

แม่น้ำมากหลายอันเป็นที่ฝูงปลาอาศัยอยู่ ย่อมไหลไปสู่ทะเลอันเป็นที่รับน้ำใหญ่ เป็นที่ขังน้ำใหญ่ สุดที่จะประมาณ เป็นที่ประกอบด้วยสิ่งที่น่ากลัวมาก เป็นที่กำเนิดแห่งรัตนะต่าง ๆ ฉันใด ท่อธารบุญย่อมหลั่งไหลไปสู่บัณฑิตผู้ให้ข้าว น้ำ และให้ผ้า ให้เครื่องที่นอน ที่นั่ง และเครื่องปูลาดเป็นทาน ดุจแม่น้ำทั้งหลายไหลไปสู่ทะเลฉันนั้น

คำว่า เนื้อนาบุญเป็นอย่างนี้ ถ้าฝึกปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ จนสามารถทำใจหยุดใจนิ่งที่ศูนย์กลางกายได้มากเท่าไร ก็เป็นเนื้อนาบุญได้มากเท่านั้น

เมื่อฝึกสมาธิแรก ๆ อาจเริ่มจากเป็นสถานีบุญขนาดย่อย แต่เมื่อฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ จากสถานีย่อยก็กลายเป็นสถานีบุญขนาดใหญ่ รับถ่ายทอดเอาบุญจากพระนิพพานมาเป็นท่อธารบุญแจกจ่ายให้แก่ทุกคนที่มาทำบุญ ใครมาทำบุญกับท่านเมื่อใด ก็เหมือนเอาปลั๊กมาเสียบกับสถานีไฟฟ้าทีเดียว 

แม้ในยามที่บ้านเมืองคับขัน เศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ถ้าภิกษุทั้งหลายประคับประคองใจ ประคองอารมณ์ให้ดี อย่าให้อารมณ์หวั่นไหว อย่าให้ใจเตลิดเปิดเปิง ให้ใจตั้งมั่นอยู่ในศูนย์กลางกาย ยิ่งหลับตาลืมตาแล้วสว่างไสวอยู่ข้างใน ประคองใจไว้ไม่คลาดเคลื่อนไปไหน มีหลักรักษาใจไว้ที่ศูนย์กลางกายอย่างนี้ ใครมาทำบุญด้วยก็ได้บุญมาก เมื่อบุญหล่อเลี้ยงมากกว่าบาป บุญก็ส่งผลก่อน ความอัตคัดขัดสนก็จะทุเลาเบาบาง ที่คับขันก็จะถูกปลดเปลื้อง ที่หนักก็จะเป็นเบา ที่ร้ายก็จะกลายเป็นดี

นี้เป็นผลที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ เมื่อปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ได้ครบถ้วนถูกส่วน ใจจะหยุดนิ่งสนิทเข้าสู่ศูนย์กลางกาย ดังคำที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ บอกว่า หยุดเป็นตัวสำเร็จหมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ได้ดีแล้ว ใจจะหยุดนิ่ง บุญย่อมมาหล่อเลี้ยงใจเต็มที่

คนที่มีบุญมาเลี้ยงใจเต็มที่แล้ว ทำอะไรก็สำเร็จหมดทุกประการ จะทำการงานสิ่งใด ก็สำเร็จ จะศึกษาธรรมให้ลึกซึ้งแตกฉานในวิชชาธรรมกายก็สำเร็จ ใครมาทำบุญด้วยก็ได้บุญใหญ่ ได้บุญมาก เมื่อสาธุชนได้บุญใหญ่ไปแล้ว จะทำการงานสิ่งใดย่อมประสบความสำเร็จตามไปด้วย

พระภิกษุทั้งหลายที่มีใจเอื้อเฟื้อ มีกรุณา จะช่วยขจัดทุกข์มนุษย์ จะช่วยเหลือโยมบิดาโยมมารดา จะช่วยเจ้าภาพศรัทธาสาธุชนที่สละทรัพย์สินเงินทองซึ่งหามายากมาบำรุงเลี้ยงพระกัน อยากตอบแทนคุณท่านผู้ใจบุญเหล่านี้ พระภิกษุก็จรดเข้าศูนย์กลางกายเรื่อยไป จรดให้ใจใสสว่างเป็นดวงตะวันเที่ยง ทำได้อย่างนี้ก็จะไม่เป็นหนี้ญาติโยม

เมื่อญาติโยมนำโลกิยทรัพย์มาให้ พระภิกษุก็แจกอริยทรัพย์คือบุญให้ญาติโยมกลับไปเป็นการตอบแทน ซึ่งอริยทรัพย์นั้นเหนือกว่าโลกิยทรัพย์หลายล้านเท่าทีเดียว เพราะบุญคืออริยทรัพย์นั้น จะติดตามตัวไปข้ามภพข้ามชาติ และตามส่งผลให้ตั้งแต่ปัจจุบันชาติ จนถึงชาติต่อ ๆ ไป แม้เกิดใหม่ได้ฐานะอย่างไร ได้ร่างกายอย่างไร ได้สติปัญญาอย่างไร ก็ด้วยอาศัยบุญที่ได้ประกอบไว้ตั้งแต่ในอดีตกันทั้งนั้น

Cr.หลวงพ่อทัตตชีโว
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๗๓ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

เมื่อเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย







คลิกอ่านหลวงพ่อตอบปัญหาของวารสารอยู่ในบุญ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ตามลิงก์ด้านล่างนี้
สังคมเปลี่ยนไป แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตาม พระพุทธศาสนามีคําแนะนําอย่างไร ? (ปีก่อนหน้า)
ความสะอาดและเป็นระเบียบมีความสําคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาอย่างไร ?
เมื่อเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อมีหลักการสร้างและดูแลวัดอย่างไร ?
ฤกษ์ดีพึ่งได้จริงหรือ?
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำหนดมาตรฐานครอบครัว ชาวพุทธและสังคมพุทธไว้บ้างหรือไม่ ?
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีวิธีบำเพ็ญตนเป็นกัลยาณมิตรอย่างไร?
ทำอย่างไรจึงจะไม่ท้อไม่เหนื่อยในการทำงาน?
การบวชเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จะฝึกตนให้เป็นเนื้อนาบุญได้อย่างไร ? การบวชเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จะฝึกตนให้เป็นเนื้อนาบุญได้อย่างไร ? Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 02:02 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.