ฤกษ์ดีพึ่งได้จริงหรือ?


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้แล้วว่า ทําความดีเมื่อไรก็ฤกษ์ดีเมื่อนั้น ผู้ที่ทําความดีนั้น ทําความดีเวลาใดก็จะเป็นคนดีเมื่อนั้น เป็นพระทำความดีเมื่อใด พระรูปนั้นก็เป็นพระดีเมื่อนั้น

การที่พระจะดีหรือคนจะดีอยู่ที่การตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ยิ่งกว่านั้นสิ่งใดที่ผู้มีศีลมีธรรมท่านเคยหยิบ ท่านเคยใช้ ก็จะพลอยถูกกลั่นให้เป็นสิ่งที่มีมงคลไปด้วย กุฏิใดที่พระผู้ทรงศีลทรงธรรมท่านอาศัย กุฏินั้นก็พลอยถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ผุดผ่องไปด้วยบุญของท่านเจ้าของกุฏิ เพราะฉะนั้นใครไปอาศัยอยู่ที่กุฏินั้นก็พลอยเป็นสุขสบาย มีกำลังอกกําลังใจที่จะประพฤติปฏิบัติธรรมตามหลวงพ่อ หลวงปู่ องค์ที่ประพฤติปฏิบัติธรรมในกุฏินั้นมาก่อน

ตั้งแต่โบราณมาก็พบอย่างนี้ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล เกิดโรคระบาดขึ้นที่เมืองเวสาลี ทําอย่างไรก็แก้ไม่ตก เพราะระบาดกันทั้งเมือง กษัตริย์แคว้นลิจฉวี เจ้าเมืองเวสาลี ก็เสด็จมาอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เสด็จไปที่เมืองเวสาลี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เสด็จไปพร้อมกับพระสงฆ์หมู่ใหญ่ และพระอานนท์ พุทธอนุชาก็ตามเสด็จไปด้วย

ในครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์เรียนรัตนสูตร และใช้บาตรของพระองค์ตักน้ำมาทำน้ำมนต์ด้วยการสวดรัตนสูตร แล้วรับสั่งให้พระอานนท์นําไปประพรมทั่วเมืองเวสาลี ปรากฏว่าโรคภัยไข้เจ็บก็หายเป็นปลิดทิ้งในวันนั้นทันที

นี้คือความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้เจริญพระพุทธมนต์กัน นักวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันชาวญี่ปุ่นชื่อ ดร.มาซารุ เอะโมโตะ (Dr.Masaru Emoto) ปริญญาเอกสาขา Medicine Treatment AQScience ผู้ศึกษาเรื่องน้ำได้เอากล้องมาส่องดูโมเลกุลของน้ำจากที่ต่าง ๆ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าโมเลกุลของน้ำจะจัดเรียงเป็นอย่างไร น้ำที่อยู่ตามยอดเขาสูง ทะเลสาบน้ำจืด น้ำบริเวณที่ชาวบ้านสวดมนต์ น้ำที่พระนําไปสวดมนต์ พูดง่าย ๆ น้ำมนต์ที่พระทำ น้ำมนต์ที่ญาติโยมทํา เพราะบางประเทศเขาไม่มีพระ เขาก็เอาบทสวดมาจากพระไตรปิฎก แล้วมาช่วยกันสวดทำน้ำมนต์

เขาได้เอาโมเลกุลของน้ำในที่ต่าง ๆ ไปตรวจดู รวมทั้งจากน้ำที่มีเสียงตะโกนด่ากันบ้าง น้ำจากที่ที่มีเสียงดนตรีบ้าง ดนตรีก็มีดนตรีช้าและดนตรีเร็วสารพัด ปรากฏว่า มีการเปลี่ยนแปลงในโมเลกุลของน้ำเหล่านั้นจริง ๆ และถ่ายภาพออกมาก็ได้อีกด้วย

ภาพที่ได้ออกมาพบว่า โมเลกุลของน้ำที่ผ่านการเจริญพระพุทธมนต์ เป็นโมเลกุลที่เรียงตัวเรียบร้อย โมเลกุลแต่ละโมเลกุลก็งามแล้วก็เรียงตัวกันสวยงามเป็นพิเศษ ทําให้ได้ข้อคิดว่า อํานาจของการสวดพุทธมนต์มีผลถึงโมเลกุลของน้ำได้อีกด้วย


ถ้าจะถามว่าทําไม ก็ขอตอบว่า เมื่อสวดมนต์ด้วยความตั้งใจ สวดไป ๆ ใจของผู้ที่สวดก็เป็นสมาธิยิ่งมีสมาธิเท่าไรใจก็ผ่องใสและบริสุทธิ์มากขึ้นมาเท่านั้น เมื่อใจผ่องใสบริสุทธิ์ขึ้นมาเท่าไร ก็มีพลังมากขึ้นเท่านั้น และพลังนั้นถึงกับสามารถไปจัดเรียงโมเลกุลของน้ำที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้

ตรงกันข้ามก็พบอีกว่า ที่ไปตะโกนด่ากันอยู่นั่น ปรากฏว่าเมื่อเอาโมเลกุลของน้ำที่ตั้งเอาไว้ย่านนั้นไปส่องดู โมเลกุลนี้มันขยุกขยิกดูไม่ได้เลยก็แล้วกัน นี้ก็ได้ข้อคิดว่า บาปในใจของคนก็สามารถทำให้โมเลกุลของน้ำวิปริตผิดเพี้ยนไปได้

ตรงนี้นี่เอง ก็เลยได้เป็นข้อคิดมาฝากผู้อ่านว่า ทําไมปู่ย่าตาทวดแต่โบราณมาท่านจึงสั่งนักสั่งหนา ว่าก่อนนอนขอให้ลูกหลานสวดมนต์กันบทยาว ๆ สักหน่อย จะเป็นบทอิติปิโสฯ บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณก็ได้ เลือกบทยาว ๆ หน่อย เพื่อให้ใจเป็นสมาธิ หลังจากนั้นก็แผ่เมตตาด้วย แล้วจะเป็นมงคลแก่ตัวเอง ปู่ย่าตาทวดท่านบอกมาอย่างนี้ สวดมนต์ก่อนนอนสําคัญนะ ยิ่งสวดบทธรรมจักร (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) ยิ่งเป็นมงคลแก่ผู้สวด และยังเป็นมงคลแก่ผู้ฟัง เป็นมงคลแม้กระทั่ง (ท่านใช้คําว่า) เป็นมงคลแม้กระทั่งผีบ้านผีเรือน เป็นมงคลแม้แก่เทวดาที่ลงรักษาบ้านนั้น เทวดา นางฟ้า จะพากันมาดูแลรักษาบ้านนั้นด้วย นี้คือสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดสั่งต่อ ๆ กันมา

ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่หลวงพ่อได้เห็นได้รู้มาตั้งแต่เล็กก็คือ ก่อนนอน ปู่ย่าตาทวดถึงกับทําน้ำมนต์ ตั้งขันน้ำมนต์ไว้หน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วก็สวดมนต์อย่างที่ว่านี้ บางทีก็แบ่งเป็น ๒ ขัน ขันหนึ่งลอยดอกมะลิ ขันหนึ่งไม่ได้ลอย ก็เคยถามว่าทําไมอย่างนั้น ท่านก็ตอบมาดีเหมือนกัน ท่านบอกว่า น้ำมนต์นี้เป็นมงคล ที่ลอยดอกมะลินี้จะเอาไปใส่หม้อหุงข้าว แต่ไม่ใช่ใส่ตอนแรกนะ เขาพรมตอนหุงเสร็จ ตอนจะดงข้าว เดี๋ยวนี้คงไม่ค่อยจะรู้จักเสียแล้ว เพราะใช้หม้อไฟฟ้า

เมื่อก่อนนี้เขาดงข้าวกัน เวลาหุงข้าว เขาหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ พอข้าวใกล้จะสุกก็รินน้ำออก เขาเรียกการที่รินน้ำออกว่าเช็ดน้ำ พอเช็ดเสร็จเขาก็จะพรมด้วยน้ำดอกมะลินี่แหละ และเพื่อให้มันหอมเข้ม ๆ เขาก็เลยใช้ขันเล็กหน่อย บางทีเป็นจอกเล็ก ๆ ลอยดอกมะลิไว้ เอาไปใช้พรมเวลาข้าวใกล้ ๆ จะสุก พอถึงเวลาเปิดหม้อจะตักบาตร จะรับประทานก็ได้กลิ่นข้าวหอมฉุยเลยก็แล้วกัน

อีกส่วนหนึ่งนั้นเขาใส่ขันใหญ่ไว้ เอาไว้ให้คนทั้งครอบครัวใช้ล้างหน้า หลวงพ่อเห็นเขาทําอย่างนี้กันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทีแรกก็คิดว่าเขาทําเอาขลังกันอย่างนั้น แต่เมื่อมาเห็นงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นท่านนี้ จึงได้รู้ว่าการที่นั่งสมาธิ การสวดมนต์ มีส่วนทําให้ใจของคนเราบริสุทธิ์ขึ้น แล้วก็มีพลังขึ้น พลังนี้ถึงกับสามารถจัดโมเลกุลของน้ำได้

เมื่อทําอย่างนี้แล้วจะดีอย่างไร ตรงนี้เอง จึงเป็นที่มาว่าก่อนนอนนอกจากสวดมนต์แล้ว แผ่เมตตาแล้ว ทําน้ำมนต์แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่รู้ก็คือ สิ่งที่ทํานี้กลายเป็นการเสกโมเลกุลของน้ำทุกหยดหยาดในร่างกายของเรา ซึ่งแน่นอนอยู่ในลักษณะของเลือดบ้าง น้ำเหลืองบ้างให้เป็นระเบียบ เป็นการจัดระเบียบโมเลกุลของน้ำทุกหยดทุกหยาดในร่างกายของเรา ซึ่งเท่ากับสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ตัวของผู้นั้นโดยอัตโนมัติ

เพราะฉะนั้น ใครที่ไม่ค่อยจะได้สวดมนต์ ไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ หรือนั่งเหมือนกันแต่นั่งแบบแก้บน คือนั่งแค่นาทีสองนาทีไม่พอนะ ถ้าจะนั่งสมาธิให้ดีอย่างน้อยควรจะ ๑๕ นาที หรือครึ่งชั่วโมงขึ้นไป แล้วนั่นจะกลายเป็นการเสกตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา คือจัดโมเลกุล ของน้ำในร่างกายให้มันเรียบร้อยขึ้นมา

จากน้ำที่จัดโมเลกุลแล้ว ก็เป็นน้ำที่มีพลัง เป็นน้ำที่มีฤทธิ์เป็นยารักษาไข้ รักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ตัวเองได้โดยปริยาย นี้คือที่มาว่ายิ่งเจ็บไข้ได้ป่วย ยิ่งต้องทําสมาธิให้เยอะ เพราะนั่นคือการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยพุทธมนต์ ด้วยสมาธิของตัวเอง

เพราะฉะนั้นขยันนั่งสมาธิกันนะ เพราะเป็นวิธีเสกตัวเอง ทําให้ตัวเองมีความศักดิ์สิทธิ์ มีพลังที่จะส่งเสริมให้มีจิตใจที่จะทําความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยตัวของตัวเอง นี้คือ อัตตาหิ อัตตโน นาโถตัวจริง เสกตัวเองไว้เป็นที่พึ่งของตัวเองอยู่ตรงนี้นะ

เมื่อใจอยู่ในตัว ใจก็จรดอยู่กับธรรม เมื่อใจจรดอยู่กับธรรมก็เหมือนกับขั้วบวกเจอขั้วลบ ถ้าขั้วบวกเจอขั้วลบ วงจรไฟฟ้าครบวงจรเมื่อไร ไฟฟ้าก็แล่นปราดเลย พอใจจรดกับธรรมเท่านั้น บุญก็เกิด พอบุญเกิดก็เลยได้บุญ บุญนั้นจะไปหล่อเลี้ยงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราปรารถนา ถ้าทําไร่ไถนาไป สัมมาอะระหังไป บุญก็เกิดขึ้นในใจ และอํานาจบุญก็หล่อเลี้ยงคุ้มครองนาทั้งผืนนั้น หรือถ้าเป็นแม่บ้าน แม่ครัว ทํากับข้าวกับปลาไป หุงข้าวต้มแกงไปก็ สัมมาอะระหังไป บุญก็เกิดขึ้นในใจของแม่บ้าน แม่ครัว ข้าวปลาอาหารที่หุงอยู่นั้นก็มีคุณค่า ทั้งเป็นยาและเป็นอาหารทิพย์ไปด้วยในตัว นอกจากได้ข้าวปลาอาหารดี ๆ แล้ว ก็ขอให้ได้เข้าถึงพระธรรมกายในตัวโดยง่ายด้วยนะ

ในบ้านในครอบครัวของเรา เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองรู้คุณค่าการทําความดีอย่างนี้แล้ว รักจะมอบมรดกที่ดีมีคุณค่า ก็ให้ตามลูกตามหลานมาไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิและแผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืน ก็จะกลายเป็นว่าได้เสกลูกหลานทั้งวงศ์ตระกูลให้เป็นลูกแก้วหลานแก้วต่อไปไม่รู้จบ

Cr. หลวงพ่อทัตตชีโว
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๗๔ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
ฤกษ์ดีพึ่งได้จริงหรือ? ฤกษ์ดีพึ่งได้จริงหรือ? Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 22:59 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.