ภาวนาจริง รวยจริง รวยจัง.. “สัมมาอะระหัง”



บุญเป็นของเฉพาะตน ใครทำคนนั้นได้ไม่มีใครแย่งชิงได้ การภาวนา สัมมาอะระหังเป็นทางมาแห่งบุญในตัว ภาวนามากได้บุญมาก และถ้าภาวนาจริง ก็จะทำให้เห็นอานุภาพของบุญจริง ๆ ถ้าทำจริงย่อมได้ผลจริงทุกคนดังเรื่องราวตัวอย่างของผู้รักบุญดังต่อไปนี้...


คุณนิตยา จรุงจิตต์
เจ้าของบริษัทผลิตแบบเรียน

เป็นเจ้าของบริษัทผลิตหนังสือแบบเรียนระดับอนุบาล วันนี้จะมาเล่าเรื่องอานุภาพของ สัมมาอะระหังค่ะ

เมื่อต้นปี โรงเรียนที่เคยเป็นลูกค้าของเราแจ้งมาว่าจะไม่สั่งสินค้าเราแล้ว ตอนแรกฟังก็ตกใจ แต่เนื่องจากมั่นใจในบุญ เพราะเราได้ทำบุญมาตลอดต่อเนื่อง ต่อมามีคนชวนให้มาภาวนา สัมมาอะระหังจึงภาวนาอยู่ ๓ วัน ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ที่ไม่คาดคิดเลย คือมีโรงเรียนที่เคยสั่งสินค้าเรา ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ บาท เมื่อหลายปีที่แล้ว กลับมาสั่งสินค้าจากเราไปเป็นลอตเลย ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท อัศจรรย์มาก รู้สึกโอ้..อัศจรรย์จริง ๆ

หลังจากนั้น อยู่มาไม่นานโรงเรียนที่ว่าจะไม่สั่งสินค้าของเราแล้ว ก็กลับมาสั่งอีก และต่อมาก็มีโรงเรียนที่ไม่ได้สั่งสินค้าเราเลยนานเป็นปีแล้ว กลับมาเป็นลูกค้าเราเพิ่มขึ้น แล้วสุดท้ายมีการเช็กยอดขายเมื่อไม่นานมานี้ปรากฏว่า ยอดขายในปีนี้แค่ครึ่งปีมีมูลค่ามากกว่าปีที่แล้วทั้งปี

การภาวนา สัมมาอะระหังอัศจรรย์มากจริง ๆ ค่ะ


คุณเกษร กันหา
แม่ค้าส้มตำ

เราเป็นแม่ค้าส้มตำอยู่ที่สมุทรสาครหน้าโรงเรียนเทศบาล ๘ ขายมา ๑๐ กว่าปีแล้ว เมื่อก่อนขายไม่ค่อยดี พักหลัง ๆ มีคนแนะนำให้เราภาวนา สัมมาอะระหังเวลาขายไปก็ภาวนาไป ก็เริ่มดีขึ้นค่ะ

เมื่อก่อนเราขายข้าวเหนียวได้วันหนึ่งแค่ ๔-๕ กิโลกรัม ตอนนี้ขายวันหนึ่งเป็นถัง ๆ สัมมาอะระหังแล้วก็ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ พอเราอธิษฐานว่า วันนี้ขอให้ของย่างหมดนะ ถ้าเรา สัมมาอะระหังก็หมดจริง ๆ

รายจ่ายเราต่อเดือน ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ส่งลูกเรียน ส่งรถ ส่งให้พ่อ และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนนี้เราส่งไม่ได้หรอก ตั้งแต่ สัมมาอะระหังก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ บางทีขายดีถึงขนาดตำส้มตำไม่ไหว ต้องไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย

บางคนมาเห็นที่ตู้กระจกติดสติกเกอร์ สัมมาอะระหังเขาถามว่า นี้คาถาขายของ หรือเราบอกว่า ใช่ คาถาขายของ เอาไปลองดูสิ ภาวนาเอาเดี๋ยวก็ขายดี

เราภาวนาตลอด เข้าห้องน้ำก็ภาวนา นั่งรถก็ภาวนา ก่อนนอนก็ภาวนา เพื่อนบ้านเป็นคนแนะนำมา เราก็ทำตาม รายจ่ายของเราเยอะ แต่เราจ่ายได้ เพราะเรามีลูกค้าเยอะ หน้าใหม่ ๆ เยอะแยะที่มาซื้อของ ส่วนที่เป็นขาประจำก็มาอยู่แล้ว ที่เราไม่เคยเห็นก็มากันอีกเยอะ

หมอช้อน (สมาน มะมม) : เพื่อนบ้านเจ้าของรานส้มตำ เวลาเจ็บป่วยเขามารักษาที่นี่ ผมมีซีดีของที่วัดก็เลยเปิดให้เขาดู พอเปิดดูเขาชอบใจ ก็ขอไปดู เราบอกว่า เอาไปเลยเวลาทำมาหากินเอาไปภาวนากันนะ ได้ผลดีก็มาบอกกันด้วย หรือจะบอกต่อ ๆ ไปก็ได้

ตัวคนขายส้มตำไม่เคยกลับมาบอกเรา แต่ร้านค้าที่เขาไปซื้อข้าวมาบอก คือเมื่อก่อนคนขายส้มตำซื้อข้าวเหนียววันละประมาณ ๔-๕ กิโลกรัม ตอนหลังไปซื้อเป็นถัง ๆ ทุกวัน เราได้ยินก็แปลกใจ จึงลองไปดูที่ร้านเขาว่าจริงไหม แต่เราไม่ได้บอกว่าเราจะไปดูนะ

ไปถึงก็เห็นว่าจากเดิมที่เขาขายอะไรไม่ค่อยได้ กลับขายดีขนาดนี้ เราก็ดีใจกับเขาด้วย ภูมิใจกับเขาว่า สัมมาอะระหังนี้ ถ้าใครปฏิบัติจริง ก็ได้จริง ๆ หาอะไรเทียบไม่ได้ครับ อยู่ที่ใจ ถ้าตั้งใจจริงก็ได้จริง

เพื่อนบ้านแม่ค้าส้มตำ : แต่ก่อนคนนี้เขาขายไม่ดีนะ ตอนนี้ขายดี เขาทำคนเดียวรับภาระคนเดียวหมด เดือนหนึ่งภาระมากมาย ป้าคลุกคลีกับเขา ป้ารู้ แต่ก่อนขายข้าวเหนียววันละ ๔-๕ กิโลกรัม พอป้าบอกให้เขาภาวนา สัมมาอะระหังทำอะไรก็แล้วแต่ให้ภาวนาเอาไว้ พอเขา สัมมาอะระหังไปเรื่อย ๆ
ตอนหลังเขาขายดีขึ้นจริง ๆ

ป้าเป็นคนไปเอาข้าวเหนียวมาให้เขา ยกมาเป็นถัง ๆ เพราะเขาขายดี บางทีเขาขายไก่หมดแล้ว ป้าบอกให้เขาไปซื้อมาใหม่ เขาก็นั่งรถออกไปซื้อมาย่างอีก เดี๋ยวก็หมดอีก ถ้าวันไหนหมดเร็ว ป้าจะให้เขาออกไปซื้อมาอีก อยากให้เขาได้เงิน ใคร ๆ ก็บอกว่า โอ้โฮ..ร้านอื่นไม่มีคน ทำไมร้านนี้ขายดีจัง เดี๋ยวนี้ ๖ โมงกว่าเขากลับแล้ว เมื่อก่อนกลับ ๓ ทุ่ม

เวลาป้าไปตลาด ก็ถามแม่ค้าคนอื่น ๆ ว่า อยากขายดีไหม ถ้าอยากต้องภาวนา สัมมาอะระหังจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ภาวนา สัมมาอะระหังเรื่อย ๆ แล้วตอนนี้เขาก็ยอมรับกันว่า ภาวนาแล้วขายของดีจริง ๆ

การภาวนา สัมมาอะระหังต้องภาวนาให้ถูกกลาง คือ ให้เสียงคำภาวนาดังมาจากกลางท้อง ตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ภาวนาด้วยอารมณ์แห่งสุข ภาวนาเอาบุญด้วยความรู้สึกอิ่มใจ จิตไม่ขาดแคลน เมื่อจิตใจอิ่มในสุข อิ่มในบุญ ในไม่ช้าเราก็จะได้ครอบครองทั้งโลกิยทรัพย์และอริยทรัพย์สมความปรารถนา

Cr. พระปลัดบริบูรณ์ ธมฺมวิชฺโช
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๗๕ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐


“สัมมาอะระหัง” หนึ่งคำ ก็เหมือนมีพระหนึ่งองค์
รอลงบทความ

ภาวนาจริง รวยจริง รวยจัง.. “สัมมาอะระหัง”  ภาวนาจริง รวยจริง รวยจัง.. “สัมมาอะระหัง” Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 07:02 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.