คนที่เคยดำเนินชีวิตผิดพลาด จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรให้ถูกทาง พระพุทธศาสนามีคำแนะนำเรื่องนี้ไว้อย่างไร ?
คนที่เคยดำเนินชีวิตผิดพลาด
จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรให้ถูกทาง
พระพุทธศาสนามีคำแนะนำเรื่องนี้ไว้อย่างไร
?
------------------------------------------
------------------------------------------
ชีวิตที่ดำเนินผิดพลาดไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ มีแต่ต้องเริ่มต้นใหม่เท่านั้น
แล้วก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่า
เวลาชีวิตที่เหลืออยู่นั้นมีพอจะให้เริ่มต้นใหม่ได้หรือไม่
เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย นั่นก็หมายความว่า ความตายจะมาถึงเราที่ไหน เมื่อไร
เวลาใด ไม่มีใครสามารถทราบได้ล่วงหน้า บุญหมดเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น
แต่กระนั้นเมื่อเราได้โอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว
ก็ควรคิดตั้งคำถามถามตนเองสักครั้งว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต
แล้วเราจะไปสู้เป้าหมายชีวิตนั้นได้อย่างไรเพื่อที่เราจะได้แสวงหาคำตอบแล้วทำให้ถูกตั้งแต่เนิ่น
ๆ โดยไม่ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปผิดเป้าหมาย และเอาสังขารไปถล่มทลายอย่าง
ไร้ประโยชน์
เมื่อเราตั้งคำถามแบบนี้แล้ว ก็จะพบว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือต้นแบบมนุษย์ผู้ดำเนินชีวิตจนบรรลุเป้าหมายชีวิตที่สมบูรณ์
คือ บรรลุนิพพาน พ้นจากทุกข์ทั้งปวง พ้นไปจากอำนาจของกฎแห่งกรรม
พ้นจากอำนาจของไตรลักษณ์ เราก็ควรจะดูพระพุทธองค์เป็นแบบอย่างและดำเนินชีวิตตามอย่างพระองค์ท่าน
เพื่อสักวันหนึ่งหรือชาติใดชาติหนึ่ง
จะได้บรรลุธรรมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงตามพระองค์ท่านไป
ถ้าเราได้ศึกษาประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก
ๆ พระองค์ ก็จะเห็นว่า การดำเนินชีวิตของทุก ๆ พระองค์เหมือนกันหมด
คือมีความเพียรพยายามสั่งสมแต่บุญกุศล
กว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นั้นต้องสร้างบารมีครบเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ทั้ง ๓๐
ทัศ (ประการ) การสร้างบารมีของพระพุทธองค์ คือ การทำแต่กรรมดีอย่างยิ่งยวด
ทำแต่สิ่งที่เป็นฝ่ายกุศล เป็นฝ่ายบุญล้วน ๆ เป็นสิ่งที่ทำความบริสุทธิ์ให้กาย วาจา
ใจ ของพระองค์ ไม่ว่าจะเกิดในสภาพใด ในฐานะใด จะเผชิญปัญหาอุปสรรคหนักเพียงใด
แม้ต้องแลกด้วยชีวิต พระองค์ก็ไม่เปลี่ยนใจ
ยังตั้งมั่นในการสั่งสมบุญเท่านั้น เราอยู่ในโลกนี้ก็ต้องใช้บุญทุกลมหายใจ ตายแล้วไปอยู่โลกหน้าก็ต้องใช้บุญเหมือนกัน อยู่ที่ไหน
ๆ ก็ต้องใช้บุญทั้งนั้น แม้ในที่สุดจะไปพระนิพพานก็ใช้บุญ
เมื่อบุญมีความสำคัญมากอย่างนี้ เราจึงต้องสั่งสมบุญไว้ให้มาก
บุญคืออะไร ? บุญคือพลังงานบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน
บุญยิ่งมากยิ่งดี บุญเกิดขึ้นในใจมนุษย์ทุกครั้งที่ตั้งใจละบาป
ไม่ว่าจะเป็นบาปทางกาย วาจา ใจ เมื่อตั้งใจละบาปบุญก็เกิด
บุญเกิดขึ้นทุกครั้งที่ตั้งใจทำดี ทั้งทางกาย วาจา ใจ
และเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อตั้งใจภาวนากลั่นใจให้ใส
บุญเป็นพลังงานสำคัญของชีวิตและใช้มากใช้เปลืองด้วย
เพราะใช้กันอยู่ทุกลมหายใจ ใช้กันข้ามโลกเลยทีเดียว
แต่เราไม่ทราบสักนิดว่ามีบุญในตัวเหลืออยู่เท่าไร
จึงต้องหมั่นสั่งสมบุญอยู่เนืองนิตย์
พระพุทธองค์ตรัสว่า บุญเป็นชื่อของความสุข อย่ากลัวต่อบุญเลย
ดังนั้นการสั่งสมบุญ จึงเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของโลก
เป็นแม่บทของความเป็นอยู่ของมนุษย์ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักการไว้ ๓
ประการคือ ไม่ทำบาปทั้งปวง บาปแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่พึงทำ บาปเกิดขึ้นเมื่อใด
ก็ให้รู้ว่าบุญกำลังน้อยลงไปแล้ว ฉะนั้นไม่ควรทำบาปเพิ่มขึ้นอีกเลย
ทำบุญกุศลให้ถึงพร้อม
ให้ทำบุญใหม่ให้เต็มที่ บุญนั้นเราจะต้องใช้ไปทุกภพทุกชาติใช้ไปตลอดจนกว่าจะบรรลุพระนิพพานพ้นจากทุกข์ทั้งปวงกันทีเดียว
หมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่ง ทำใจให้ผ่องใส ใจที่ผ่องใส
จะรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอด
เข้าถึงธรรม
จะเข้าใจเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตด้วยตนเอง เราจะบรรลุเป้าหมายชีวิต
คือพระนิพพาน ก็ด้วยการฝึกใจนี้เอง
หลักการทั้ง ๓ ประการนี้ คือ
แม่บทวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของมนุษย์บนโลกนี้จากนั้นพระองค์ก็ทรงแสดงวิธีปฏิบัติตนบนพื้นฐานของหลักการทั้ง
๓ ข้อดังกล่าวไว้ ๖ ประการ ดังนี้
ข้อปฏบัติทางวาจา ระวังไม่ให้ก่อบาปจากทางวาจา คือ ต้องไม่ว่าร้าย
ไม่ว่าชีวิตจะเจอปัญหาอุปสรรคใด ๆ ก็ไม่พึงกล่าววาจาว่าร้ายใคร
ข้อปฏิบัติทางกาย ระวังไม่ให้ก่อบาปจากทางกายด้วยมือและเท้า เป็นต้น คือ
ต้องไม่ทำร้าย ไม่ว่าชีวิตจะเจอปัญหาอุปสรรคใด ๆ ก็ไม่พึงทำร้ายเบียดเบียนชีวิตกัน
ข้อปฏิบัติทางกาย วาจา ที่ดียิ่งขึ้นไป คือการสำรวมศีลและมารยาทอย่างเคร่งครัดเพราะแม้แต่คนที่รักกัน
ไม่ใช่ศัตรูกัน เมื่ออยู่ร่วมกันก็อาจเกิดการกระทบกระทั่ง
คิดระแวงน้อยอกน้อยใจกันได้ จึงต้องสำรวมในศีลและมารยาทให้ดี
เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างยืนนานและมีความผาสุก
ซึ่งจะเอื้อเฟื้อให้ใจอยู่ในบุญเป็นโอกาสให้การทำความดีเกิดขึ้นได้ง่าย
ข้อปฏิบัติในการรับประทานอาหาร คือ ให้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร
เพราะเมื่อจะเข้าสู่การภาวนากลั่นใจให้ใส ต้องรู้จักบริโภคอาหารให้พอดี
การอิ่มเกินไปทำให้หนังท้องตึง หนังตาหย่อน เวลานั่งก็จะนั่งหลับ ขาดสติ ทำให้การนั่งหลับตาทำภาวนาครั้งนั้นผ่านไปโดยไม่เกิดประโยชน์
ข้อปฏิบัติในการเลือกที่พักอาศัย คือให้เลือกอยู่ในที่สงบ ไม่อึกทึก
ซึ่งจะเป็นการระวังกายใจไม่ให้ใจฟุ้งซ่านไปด้วย สิ่งที่ไม่ควรเห็น ไม่ควรได้ยิน
ไม่ควรได้กลิ่น ไม่ควรลิ้มรส ไม่ควรสัมผัส เมื่อเลือกอยู่ในที่สงบ โอกาสที่จะก่อบาปใหม่เกิดขึ้นไม่ง่าย
ตรงกันข้ามโอกาสที่บุญใหม่จะเกิด โอกาสที่ใจผ่องใสมีมาก
ข้อปฏิบัติในการฝึกใจให้ผ่องใส คือ ฝึกสมาธิเป็นประจำ
ทุกอิริยาบถให้รักษาใจให้แช่อิ่มอยู่ในอู่ทะเลบุญ
การที่เราจะสามารถปฏิบัติทั้ง ๖ ประการนี้ได้ ตามหลักการที่เป็นแม่บทวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้ง
๓ ประการนนั้ มีสิ่งที่เราจะต้องทำคือ
จะต้องฝึกความอดทนให้ถึงที่สุด เพราะข้อปฏิบัติทั้ง ๖
ข้อตามหลักแม่บทความเป็นอยู่ของมนุษย์นั้น ถ้าไม่อดทนก็ปฏิบัติไม่ได้
ถ้ามีความอดทนจึงจะทำได้ ความอดทนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดในการเผาผลาญบาป
จะต้องตั้งใจทำใจให้หยุดให้นิ่งอยู่ภายในศูนย์กลางกายให้ได้
เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะเข้าถึงนิพพาน วิธีอื่นไม่มี
เจ้าชายสิทธัตถะทรงออกบวชก็เพื่อจะหาทางไปพระนิพพาน หาอยู่ ๖ ปี
ในที่สุดก็พบว่านิพพานอยู่ในตัว เมื่อสามารถทำใจหยุดใจนิ่งในศูนย์กลางกายได้
จึงไปพบพระนิพพาน แล้วได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมครูของเรา
จะต้องบำเพ็ญตนเป็นกัลยาณมิตรให้แก่สรรพสัตว์โดยทั่วหน้า ไม่เบียดเบียน
ไม่ทำร้ายกัน ถ้าไม่ทำอย่างนี้โอกาสที่จะก่อเวรก่อภัยขึ้นใหม่มีได้สูง
การบำเพ็ญตนเป็นกัลยาณมิตรจะฝึกให้มีความเมตตาความกรุณาติดตัวไป
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นดั่งมนต์ขลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะป้องกันไม่ให้เวรภัยใหม่เกิดขึ้นกับเรา
เมื่อเวรภัยใหม่ไม่เกิดขึ้น หนทางจะไปนิพพานของเราก็ราบรื่น
เมื่อตั้งใจเป็นกัลยาณมิตรให้คนอื่น สิ่งที่จะค่อย ๆ หายไปจากใจเราอีกก็คือ ความขี้รำคาญ
ความน้อยอกน้อยใจ เมื่อนิสัยที่ไม่ดีนี้หมดไป
เราจะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างเป็นสุข
ทั้งหมดนี้คือมรดกธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้แนะเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต
ให้เราได้รู้ว่าเป้าหมายชีวิตคืออะไร คือรู้ว่า ชีวิตเกิดมาเพื่อทำพระนิพานให้แจ้ง
ดังนั้นชีวิตจึงต้องสั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ เพราะบุญเป็นคุณเครื่องแห่งความสุข
ความสำเร็จของชีวิตทั้งในโลกนี้และความเป็นอยู่ในโลกหน้า ในชาติต่อ ๆ ไป
จนกว่าจะทำพระนิพพานให้แจ้งบรรลุที่สุดแห่งทุกข์
โดยสรุปก็คือ หลักธรรมที่หลวงพ่อนำมาแสดงนี้มาจากโอวาทปาฏิโมกข์
ซึ่งถือเป็นเป้าหมาย หลักการ และวิธีการ
ที่ใช้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในทุกภพทุกชาติได้อย่างไม่ผิดพลาด ตราบใดที่เรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
โอกาสที่จะมีชีวิตผิดพลาดก็ยังมีอยู่ แต่ถ้าเราเร่งฝึกฝนตนเองตามหลักโอวาทปาฏิโมกข์ตั้งแต่ตอนนี้
ชีวิตในชาตินี้และชาติหน้าก็จะมีหลักประกันว่า
เราจะยังคงมีโอกาสดำเนินชีวิตไปตามรอยบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างถูกต้องมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
Cr. หลวงพ่อทัตตชีโว
วารสารอยู่ในบุญ ฉบับที่ ๑๗๙ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐
คนที่เคยดำเนินชีวิตผิดพลาด จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรให้ถูกทาง พระพุทธศาสนามีคำแนะนำเรื่องนี้ไว้อย่างไร ?
Reviewed by สำนักสื่อธรรมะ
on
00:07
Rating:
สาธุเจ้าค่ะ
ตอบลบ