เข้าถึงธรรมะได้อย่างง่ายๆ แค่หยุดใจนิ่ง ๆ เฉย ๆ เท่านั้น



เรานั่งสมาธิกันมาได้นานแค่ไหนแล้ว ..ได้สัมผัสกับความสุขที่ทำให้หัวใจยิ้มได้แล้วหรือยัง ถ้าเรายังไม่รู้ว่า รอยยิ้มของหัวใจอยู่ที่ไหน ทำไมนั่งทีไรใจไม่เห็นจะยิ้มสักที ไม่มืดก็ฟุ้ง ไม่ฟุ้งก็เมื่อย ไม่เมื่อยก็เบื่อ ..อยากให้กลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าเราวางใจอย่างไร หยุด นิ่ง เฉย จริงหรือไม่ เพราะถ้าใจเรานิ่ง ๆ เฉย ๆ จริงๆ เราย่อมพบกับความสุขที่ทำให้หัวใจยิ้มได้ ดั่งเช่นประสบการณ์ภายในของพุทธบุตรธรรมทายาทเหล่านี้

พระชนวีร์  อตฺตชิโน

“ ก่อนมาบวช  อาตมามีอาชีพเป็นช่างตัดผม มีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่าย วัน ๆ อยู่แต่กับความสวย ความงาม ดูแลจัดแต่งทรงผม สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า แล้วปกติก็เป็นคนใจบุญ ไม่ว่าใครจะบอกบุญอะไร จะเอาซองกฐิน ผ้าป่า มาให้กี่ซองต่อกี่ซองก็ไม่เคยปฏิเสธ อาตมายังเคยใส่ซองทำบุญกับวัดพระธรรมกายหลายบุญเลย แล้วในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ลูกสาวของอาตมาไปบวชเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วันรับผ้าสไบแก้วที่วัดพระธรรมกาย อาตมาก็ไปที่วัดพระธรรมกาย ไปเป็นกำลังใจให้กับลูกสาวด้วย ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปสัมผัสวัดพระธรรมกายด้วยตนเอง

ช่วงที่ประกอบพิธีภาคเย็น อาตมาได้ขึ้นไปอยู่บนวิหารคด พอมองลงไปที่ลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ อาตมาตะลึงเลย น้ำตาไหลออกมาเพราะความปลื้ม พูดกับตัวเองว่า นี่มันไม่ใช่โลกมนุษย์ เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย  หลังจากนั้น อาตมาก็สมัครเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อทันที มุ่งหน้ารักษาศีล ๕ อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ และรักษาศีล ๘ ในวันพระ นอกจากนี้ยังทำบุญทุกบุญ แถมยังทำหน้าที่ชวนคนบวชอีกด้วย แล้วทีวีที่ร้านก็เปิดแต่ DMC ช่องนี้ ช่องเดียว ๒๔ ชั่วโมง


“ ตั้งแต่ได้รู้จักหลวงพ่อ อาตมาก็ฝึกนั่งสมาธิกับหลวงพ่อทุกคืนทาง DMC แล้วการที่ได้ฟังหลวงพ่อเล่าเรื่องผลการปฏิบัติธรรมของคนนั้นคนนี้ ก็ทำให้มีแนวทาง มีกำลังใจในการนั่งสมาธิ อาตมาฝึกสมาธิได้ประมาณ ๑ ปี ก็เริ่มเข้าใจการเอาใจมาไว้ที่กลางท้อง แล้วใจก็เริ่มนิ่งขึ้น จนสามารถมองเห็นดวงแก้วใสสว่างได้ และเวลานั่งก็เห็นดวงแก้วบ้าง องค์พระบ้าง หลวงปู่บ้าง เห็นมาเรื่อย ๆ เป็น ระยะ ๆ จนกระทั่งจังหวะชีวิตลงตัว จึงได้ไปบวชในภาคฤดูร้อน และด้วยความเมตตาของหลวงพ่อ ที่ให้โอกาสพระธรรมทายาทได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ทำให้สมาธิของอาตมาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาตมารักษาใจของตนเองด้วยการนึกถึงมหาปูชนียาจารย์ แล้วทุก ๆ ก้าวเท้า ทุก ๆ ย่างเดิน อาตมาก็ท่อง สัมมา อะระหัง ตลอดเวลาด้วย

“ คืนหนึ่ง อาตมานั่งสมาธิแบบสบาย ๆ ทำใจ เฉย ๆ เอาใจมาไว้ที่กลางท้องอย่างเดียว สักพักก็เห็นแสงสว่างค่อย ๆ โตขึ้น พอจับไปที่แสงสว่าง ใจก็นิ่งมาก แล้วก็มองเห็นหลวงปู่ทองคำอยู่กลางท้อง เป็นองค์ใหญ่เหมือนองค์ที่เราอัญเชิญไปที่วัดปากน้ำเลย แล้วอาตมาก็เอาใจไปเชื่อมไว้กับหลวงปู่ หลวงปู่ก็ขยายใหญ่ขึ้น ๆ ใหญ่จนประมาณไม่ถูก ก่อนจะหมดเวลา อาตมาอธิษฐานกับหลวงปู่ว่า หลวงปู่ครับ ขอให้ผมได้ประสบการณ์ดี ๆ ได้เห็นองค์พระสวย ๆ นะครับ ผมจะได้เขียนไปเล่าให้พระเดชพระคุณหลวงพ่ออ่าน ท่านจะได้ปลื้มครับ พอตอนเช้า ตื่นจากจำวัดปุ๊บ อาตมาก็นั่งสมาธิโดยนึกถึงความตาย สักพักใจก็นิ่ง เบา เฉย พอมองลงไปที่กลางท้อง อาตมาก็เห็นองค์พระใหญ่ประมาณ ๑ ฝ่ามือ เป็นแก้วใส ๆ มองทะลุปรุโปร่งไปหมดทั้งองค์ แล้วก็มีลำแสงส่องไปที่องค์ท่าน เป็นประกายทั้งองค์ด้วย ตั้งแต่เกิดมาอาตมาไม่เคยเห็นองค์พระที่ไหนสวยสง่างามทุกมุมมองแบบนี้เลย สวยจนประมาณไม่ถูก ตอนนั้นใจยิ้มเลย รู้สึกชื่นใจ มีความสุขมาก รู้สึกว่าจิตใจของเราสมบูรณ์พร้อมแบบไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว พอลืมตาขึ้นองค์พระก็ยังอยู่ ยังเป็นองค์ใสสะอาด ใสสว่าง นั่งสมาธิอยู่กลางท้อง อาตมารู้สึกโชคดีมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกหลานของหลวงปู่ หลวงพ่อ และคุณยายอาจารย์ฯ และดีใจมากที่ได้รู้ว่า เราเกิดมาทำไม รู้สึกภูมิใจที่สามารถนั่งสมาธิจนเห็นองค์พระได้ แล้วองค์พระก็เมตตาอยู่กับเราตลอดเวลาอีกด้วย

พระวิทยา  วฑฺฒนสุโภ

“ ก่อนมาบวช อาตมาทำงานเป็นตัวแทนจำหน่ายและติดตั้งเครื่องทำความเย็น มีรายได้ต่อเดือนพอสมควร แต่มักจะรู้สึกเบื่อ รู้สึกว่าชีวิตซ้ำซากจำเจ จึงถามตัวเองว่า เรามีชีวิตอยู่แค่นี้เอง หรือ ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นกลับมาหาข้าวหาปลากิน เซ็ง ๆ ก็ไปดื่มเหล้าเฮฮา ชีวิตเรามีอยู่แค่นี้จริง ๆ หรือ ทำไมจึงไร้สาระมากเลย แล้วก็เกิดอาการอยากบวชขึ้นมาเสียเฉย ๆ จึงตัดสินใจไปบวชในโครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป รุ่นเข้าพรรษา ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ แต่ในครั้งนั้นจำเป็นต้องลาสิกขาออกไปก่อน เพราะลางานมาเท่านั้น แล้วก็กลับมาบวชใหม่ในภาคฤดูร้อน

“ บวชรอบนี้อาตมาบอกกับหัวหน้าว่า คราวนี้ ผมจะขอบวชแบบไม่กำหนดระยะเวลานะครับ ผมไม่รู้ว่าผมจะกลับมาทำงานได้อีกเมื่อไร แต่หัวหน้าที่แสนดีก็บอกว่า ไม่เป็นไร กลับมาเมื่อไรจะรับเข้า ทำงานเมื่อนั้น บวชรอบนี้ อาตมาไม่ต้องปรับตัวอะไรมากเลย และไม่ว่าหลวงพ่อสอนอะไร อาตมาก็จะเอามาพิจารณา แล้วก็พูดน้อย นอนน้อย ฉันน้อย ปฏิบัติธรรมเยอะ ๆ และนึกถึงดวงแก้ว องค์พระเป็นอารมณ์ พอถึงเวลานั่งสมาธิใจก็นิ่งได้เลย และสามารถนั่งเฉย ๆ ได้ตลอดชั่วโมง ไม่กระดุกกระดิก ไม่รู้สึกกระสับกระส่าย


“ วันหนึ่ง อาตมานั่งสมาธิตามเสียงการนำนั่งของหลวงพ่อ ใจก็ค่อย ๆ นิ่ง สักพักรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดึง แล้วก็วูบไปเหมือนตกเหว พอตกลงไปปุ๊บ ก็เห็นเป็นแสงสว่างขึ้นมาที่กลางท้อง อาตมาก็ทำตามที่หลวงพ่อสอน ว่าให้ทำเฉย ๆ ก็เลยเฉยอย่างเดียว แล้วแสงนั้นก็กลายเป็นดวงแก้วใส ๆ ในดวงแก้วก็มีแสงสว่างด้วย พอมองดวงแก้วไปเรื่อย ๆ ดวงแก้วก็กลายเป็นองค์พระผุดขึ้นมาทีละองค์อย่างช้า ๆ อาตมาเห็นท่านเหมือนมองจากที่สูง โดยเห็นได้ชัดทุกสัดส่วน ใสสว่างมาก ๆ พอมองนิ่ง ๆ ทำเฉย ๆ คราวนี้องค์พระก็ผุดขึ้นมาไม่ขาดเลย แล้วก็กลายเป็นองค์ใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตอนนั้นรู้สึกสบายใจมาก โล่งไปหมด อยากหยุดเวลาเอาไว้อย่างนั้น ไม่อยากลุก ไม่อยากออกจากสมาธิเลย แต่พอลืมตาแล้วองค์พระก็ยังอยู่ จะยืน เดิน นั่ง นอน ก็ยังเห็นท่านติดอยู่ในใจ ใสสว่างอยู่ในท้องตลอดเวลา

“ อาตมารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เชื่อมั่นในเรื่องนรก-สวรรค์ รักบุญ กลัวบาป มดก็ไม่กล้าบี้ ยุงก็ไม่กล้าตบ ขนาดยุงวัดพระธรรมกายกัดแน่นมาก อาตมายังต้องค่อย ๆ เอามือเขี่ยออกเลย เพราะกลัวมันตาย แล้วตอนนี้ อาตมาก็มีความตั้งใจในการบวช จะขอบวชแบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปีต่อปี ชาติต่อชาติ จะทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงให้ดีที่สุด เพราะเราเกิดมาสร้างบารมี เราก็ต้องสร้าง บารมี

พระสายัณห์  สุตพโล

“ ก่อนมาบวช อาตมามีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า ทำงานประจำอยู่ที่หน่วยซ่อมบำรุงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีชีวิตที่สนุกสนานเฮฮาไปวัน ๆ แล้วก็ทั้งดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พอตกกลางคืนก็มีไนท์คลับ ผับ บาร์เป็นที่ไป ใช้ชีวิตประมาณนี้อยู่ ๗ ปี ก็เริ่มเซ็ง เกิดอารมณ์อยากอ่านหนังสือธรรมะขึ้นมา พอหยิบหนังสือธรรมะเล่มแรกขึ้นมาอ่าน อ่านไปอ่านมาก็ชอบ คราวนี้เห็นหนังสือธรรมะที่ไหนเป็นต้องหยิบมาอ่านทุกที แล้วที่ชอบที่สุดคือหนังสือที่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม หลังจากนั้นก็เลิกเที่ยว เลิกดื่ม เลิกทำตัวเสเพล แล้วบุญก็บันดาลให้ญาติมาชวนบวช ในโครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ภาคฤดูร้อน พอเขาชวนปุ๊บ อาตมาก็ตอบตกลงปั๊บ เพราะอยากบวชมานานแล้ว พอได้บวช ได้นั่งสมาธิ ก็ยิ่งมีความสุข


“ เวลานั่งสมาธิ อาตมาจะนั่งเฉย ๆ ไม่คิดอะไร ปล่อยจิตให้ว่าง ภาวนา สัมมาอะระหัง ไปเรื่อย ๆ มีอยู่ช่วงหนึ่ง รู้สึกว่านิ่งไป แล้วก็วูบ สักพักก็มีแสงสว่างจ้าขึ้นมา ไม่ได้สว่างอยู่ตรงหน้าหรือในท้อง แต่อาตมารู้สึกว่าสว่างอยู่ในจิตของอาตมาเอง สว่างมากเหมือนไฟสปอตไลต์ พออาตมาทำใจนิ่ง ๆ ก็มองเห็นตรงกลางของความสว่างมีพระพุทธรูปตั้งอยู่เป็นพระพุทธรูปใส ๆ เหมือนที่ตั้งอยู่บนหิ้งพระของศูนย์อบรม องค์ใหญ่ประมาณรูปพระในหนังสือสวดมนต์ ตอนนั้นจิตนิ่งมาก ไม่คิดอะไรเลย มีแต่ความสงบและปีติ จะบอกว่าดีใจเยอะก็ไม่ใช่ แต่เป็น ความรู้สึกเฉย ๆ กลาง ๆ แล้วสักพักพระพุทธรูปก็หายไป หลังจากนั้นอาตมาก็นั่งสมาธิได้ดีขึ้น จิตว่างง่ายขึ้น แล้วเวลาหลับตาก็ไม่มืดอีกแล้ว

ถ้าเราตั้งใจอ่านเรื่องราวประสบการณ์ภายในของพระธรรมทายาทหมดทุกบรรทัด ถ้อยคำที่สำคัญที่สุด ซึ่งก่อเกิดเนื้อความแห่งความสุขที่ไม่อาจประมาณหรือบรรยายเป็นตัวอักษรได้ จะหลงเหลือถ้อยคำมหัศจรรย์เพียงแค่ ๓ คำ คือ “ หยุด นิ่ง เฉย ” อย่างนี้ แค่นี้ เท่านั้น  ดังนั้น  ถึงเวลาแล้วที่เราจะไปนั่งทำใจให้ หยุด นิ่ง เฉย อย่างนี้ แค่นี้ เท่านั้น ตอนนี้เลยดีไหม..หัวใจจะได้ยิ้มได้สักที



Cr. ธัมม์  วิชชา
เข้าถึงธรรมะได้อย่างง่ายๆ แค่หยุดใจนิ่ง ๆ เฉย ๆ เท่านั้น เข้าถึงธรรมะได้อย่างง่ายๆ  แค่หยุดใจนิ่ง ๆ เฉย ๆ เท่านั้น Reviewed by สำนักสื่อธรรมะ on 23:51 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.