หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๖)


(ต่อจากตอนที่แล้ว) ที่มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามเส้นทางค้าขายในยุคพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒ นั้น ปรากฏมีโบราณวัตถุ รวมทั้งศิลาจารึกคาถาทั้งภาษาบาลีและสันสกฤตปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน ค้นพบที่ อ.กําแพงแสน จ.นครปฐม ประเทศไทย และบางส่วนเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทอินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น (ดังที่ปรากฏในภาพ) ซึ่งสะท้อนให้เห็นความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาตลอดฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย

คัมภีร์พระพุทธศาสนาทองคำ  อักษรปัลลวะ
พุทธศตวรรษที่ ๑๒  พิพิธภัณฑสถานอินโดนีเซีย
ที่มา  http://dl.lontar-libraray.org/gdl.php?mod=browse&op=read&id=jkpklontar-ldl-img-63

จารึกฐานรองพระธรรมจักร  อักษรปัลลวะ  ภาษาบาลี  พุทธศตวรรษที่ ๑๒
พบที่  อ.กำแพงแสน  จ.นครปฐม   สรุปคำแปลได้ว่า
"ธรรมจักรนี้เป็นของพระพุทธเจ้า  ประกอบด้วยอริยสัจ ๔  เมื่อหมุนธรรมจักร ๓ รอบ
จะเกิดอาการ ๑๒ ประการ ของสัจจญาณ  กิจจญาณ  และกตญาณ"
ภาพ : ชะเอม  แก้วคล้าย
ศิลาสลักภาพเจดีย์สมัยปัลลวะและจารึกอักษรปัลลวะ  รัฐเคดาห์  มาเลเซีย  พุทธศตวรรษที่  ๑๒
ที่มา  http://www.photodharma.net/Malaysia/Bujang-Valley-Museum/Bujang-Valley-Museum.htm

ผู้เขียนและคณะนักวิจัยของสถาบันดีรี (DIRI) เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศนอร์เวย์และสหรัฐอเมริกา  สืบเนื่องจากการลงนามสัญญาความร่วมมือทางวิชาการ  ทั้งที่มหาวิทยาลัยออสโลและมหาวิทยาลัยวอชิงตัน  ซึ่งทั้งสองสถาบันเป็นแหล่งที่มีข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Source) ของคัมภีร์พุทธโบราณอายุกว่า ๒,๐๐๐ ปี เป็นจํานวนมาก ที่ค้นพบในเขตคันธาระและแถบเอเชียกลาง ดังนั้นในฉบับนี้จึงขอนําเสนอเส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเขตคันธาระและแถบเอเชียกลาง

ขอกล่าวย้อนกลับมาทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของชมพูทวีป ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ หลังการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระเจ้าอโศกมหาราชราว ๓๐๐ ปี   พระเจ้ากนิษกะทรงเป็นผู้ปกครองของอาณาจักรกุษาณะ และมีพระเดชานุภาพด้านการทหารและการปกครอง ทรงเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภกผู้ยิ่งใหญ่ และทรงเป็นผู้กําหนดการใช้มหาศักราชขึ้น  พระราชอาณาจักรมีศูนย์กลางอยู่ที่แคว้นคันธาระ และแผ่ขยายเข้าไปถึงเมืองทูรฟานในเขตแอ่งทาริมของเอเชียกลาง จนถึงเมืองปาฏลีบุตรในตอนเหนือของชมพูทวีป ราชธานีของพระองค์ คือเมืองเปชวาร์ในประเทศปากีสถานปัจจุบัน   ทรงอุปถัมภ์ให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกของนิกายสรวาสติวาท  ซึ่งมีการบันทึกพระธรรมคําสอนเป็นลายลักษณ์อักษรในครั้งนี้ด้วย  พระพุทธศาสนาจึงเผยแผ่ไปสู่เอเชียกลางและจีนอย่างรวดเร็วตามเส้นทางการค้าขายทางบก ซึ่งต่อมาอีกหลายศตวรรษ พระพุทธศาสนาก็เผยแผ่ไปตามเส้นทางการค้าทางทะเล วรรณคดีพุทธศาสนาภาษาสันสกฤต เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในยุคนี้ ในด้านพุทธศิลป์คันธาระก็มีความเจริญถึงขีดสุดในยุคของพระองค์เช่นกัน

ศิลาจารึกมนต์ในพุทธศาสนามหายาน  อักษรปัลลวะ ภาษาปรากฤต  เกาะมัลดีฟ
พุทธศตวรรษที่  ๑๒ (สันนิษฐานว่าเป็นศิลาฤกษ์ใช้ในการก่อสร้างสถานที่สำคัญ)
ที่มา  https://www.tamilnet.com/pic.html?path=/img/publish/2010/11


เหรียญกษาปณ์ พระเจ้ากนิษกะ พ.ศ. ๖๒๑-๖๔๔ (127-151) A.D.)  อาณาจักรกุษาณะ
ที่มา  http://humshehri.org/history/kushan-dynasty/
หลักฐานโบราณคดีที่สำคัญของยุคนี้  คือ  ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  ขุดพบที่มหาสถูปพระเจ้ากนิษกะ  นอกกรุงเปชวาร์ ประเทศปากีสถาน ฝาผอบเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับบนดอกบัวพร้อมเทวดา ๒ องค์ จารึกที่ผอบเป็นอักษรขโรษฐี มีใจความว่า “ทาสชื่ออคิสาเลาผู้ควบคุมงานที่วิหารกนิษกะ ในอารามของมหาเสนา” ปัจจุบันผอบเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์เปชวาร์ ส่วนพระบรมสารีริกธาตุนั้นรัฐบาลอังกฤษอัญเชิญไปประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓

ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  พุทธศตวรรษที่  ๗
ที่มา  http://www.thefridaytimes.com/beta3/tft/article/php?issue=20110715&page=16

ร่องรอยอารยธรรมทางพระพุทธศาสนาได้รับการขุดค้นทางโบราณคดีในเมืองสำคัญ ๆ ของคันธาระและแบกเทรียได้แก่ เมืองบาช บามิยัน ฮัดดา ในอัฟกานิสถานปัจจุบัน และในแถบสวาด เมืองเปชวาร์ ตักสิลา ของปากีสถาน

แคว้นคันธาระ เมืองเปชวาร์ แคว้นแบกเทรีย และบริเวณใกล้เคียง  อันเป็นประตูเส้นทางการค้าขายโบราณ
ไปสู่แอ่งทาริมและจีนทางตะวันออก
ที่มา  http://pro.geo.univie.ac.at/projects/khm/showcase/showcase14


ด้านข้างผอบดุน  เป็นรูปกษัตริย์ในราชวงศ์กุษาณะ
สองข้างเป็นเทพดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในศาสนาของอิหร่าน
ที่มา  http://tongiaovadantoc.com/c0/20110406120412445/chuong-iv-vua-kanishka-va-su-phat-trien-cua-phat-giao-dai-thua.htm




ในดินแดนที่ได้รับพระพุทธศาสนาไว้นี้ พระธรรมคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถูกเก็บรักษาไว้ในรูปคัมภีร์โบราณ ซึ่งทําจากวัสดุในท้องถิ่น เช่น เปลือกไม้เบิร์ชและกระดาษ สําหรับอักษรที่ใช้ในการจารคัมภีร์คือ  อักษรขโรษฐี   ภาษาที่ใช้คือ  ภาษาปรากฤตและภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาคานธารีคัมภีร์ที่ยังคงเหลือมาถึงปัจจุบันมักพบซุกซ่อนอยู่ในเขตโบราณสถานและตามถ้ำบนภูเขา นับเป็นเอกสารทางพระพุทธศาสนาที่จารึกพระธรรมคําสอนที่เก่าแก่ที่สุด ตัวคัมภีร์เปราะบางและพร้อมที่จะสลายตัวเป็นฝุ่นผงเมื่อถูกจับต้อง จึงต้องใช้กระบวนการพิเศษในการคลี่ม้วนคัมภีร์เพื่อการอ่านศึกษา ซึ่งการเข้าถึงคัมภีร์โบราณเหล่านี้เปิดให้เฉพาะนักวิชาการที่มีหน้าที่เท่านั้น ปัจจุบันคัมภีร์ดังกล่าวส่วนใหญ่เก็บรักษาไว้ในสถาบันวิชาการระดับโลก เช่น ห้องสมุดแห่งชาติอังกฤษ สถาบันสเคอเยน ประเทศนอร์เวย์  เป็นต้น

พระพุทธรูปใหญ่ที่บามิยัน  อัฟกานิสถาน
ถูกทำลายโดยกลุ่มตอลิบาน (ฏอลิบาน)
ที่มา  http://www.fravahr.org/spip.php?article540
คัมภีร์เปลือกไม้เบิร์ช  อักษรขโรษฐี
ภาษาคานธารี  พุทธศตวรรษที่  ๖-๗
ที่มา  http://jayarva.blogspot.com/2015/02/the-very-idea-of-buddhist-history.html

คัมภีร์มหายานสูตร  พบที่บาจัวร์  ปากีสถาน
เปลือกไม้เบิร์ช  อักษรขโรษฐี  ภาษาคานธารี

นับว่าเป็นบุญวาสนาของพวกเราชาวพุทธ และด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัย ที่ปัจจุบันนี้ยังมีผู้อนุรักษ์เก็บรักษาและสนับสนุนให้คณะนักวิจัยของสถาบันดีรีมีโอกาสทำการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง  จากข้อมูลปฐมภูมิเหล่านั้น ซึ่งเป็นคำสอนดั้งเดิม ทั้งนี้เพื่อทำความจริงให้ปรากฏแก่ชาวโลก


Cr. พระสุธรรมญาณวิเทศ วิ. (สุธรรม  สุธมฺโม) และคณะนักวิจัย DIRI
วารสารอยู่ในบุญ  ฉบับที่ ๑๕๗  เดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๕๘


หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๖) หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๖) Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 01:17 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.