เราควรปฏิบัติตนอย่างไรในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เหมาะสมแก่การฝึกสมาธิและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธรรม?



ร่างกายของเรานี้ประกอบด้วยธาตุสี่ที่ไม่บริสุทธิ์จึงเสื่อมสลายตลอดเวลา ทําให้ต้องหาธาตุสี่จากภายนอกมาเติมเข้าไปอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุด ดังที่เราต้องประกอบกรรมต่าง ๆ เพื่อการเติมธาตุสี่ แต่กายนั้นก็ทํากรรมตามที่ใจของเราเป็นตัวสั่งการ ส่วนของใจทําหน้าที่รู้และคิด ส่วนของกายพูดและทํา

กายที่ไม่บริสุทธิ์เกิดจากใจที่ไม่บริสุทธิ์ ใจนั้นเป็นธาตุรู้ เป็นธาตุละเอียด มีที่อยู่ภายในกายทําหน้าที่เห็น จํา คิด รู้ ถูกกิเลสซึ่งเป็นธาตุละเอียดที่สกปรกแทรกอยู่ในใจ ทําให้ใจไม่บริสุทธิ์ การเห็น จํา คิด รู้ของใจจึงไม่ชัดแจ่ม จึงไม่ถูกต้องไปตามความเป็นจริง เพราะถูกกิเลสบดบัง

เมื่อใจตกอยู่ในอํานาจกิเลส ใจจึงคิดผิด สั่งให้กายพูดผิด ๆ และทําผิด ๆ กายจึงไม่บริสุทธิ์ ไปตามใจที่ไม่บริสุทธิ์

มนุษย์เราสามารถที่จะแก้ไขใจที่ไม่บริสุทธิ์ด้วยกิเลส ให้กลับคืนมาบริสุทธิ์และหลุดพ้นจากอํานาจของกิเลสได้ด้วย ธรรมซึ่งมีอยู่แล้วภายในกายของมนุษย์ทุกคน

ธรรมเป็นธรรมชาติที่สะอาด บริสุทธิ์ สว่าง มีอยู่ในตัวเราทุกคน เมื่อใดที่ใจของเราเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมเหมือนไข่แดงรวมอยู่ในกลางไข่ขาว ธรรมอันบริสุทธิ์จะกลั่นกรองใจให้สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นเป็นลําดับๆ จนกระทั่งกิเลสหลุดร่อน ไม่สามารถมีอํานาจบดบังใจได้อีกต่อไป การเห็น จํา คิด รู้ของใจก็จะชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้นไปตามความบริสุทธิ์ที่เพิ่มขึ้นนั้น ใจก็จะเห็นถูก เมื่อคิดก็คิดได้ถูกต้อง จึงสั่งกายให้พูดและทําในสิ่งที่ถูกต้องเป็นบุญกุศลมากขึ้น กายก็บริสุทธิ์ขึ้นไปตามใจที่บริสุทธิ์

ใจของเราจะเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมภายในได้ด้วยวิธีการเดียวเท่านั้น คือ การทําสมาธิโดยเอากายของเรามานั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิด้วยอิริยาบถที่ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ประคองใจที่แล่นไปในที่ต่าง ๆ ให้กลับเข้ามาอยู่ในตัว โดยใช้บริกรรมคาถา สัมมาอะระหัง และ/หรือบริกรรมนิมิตเป็นดวงแก้วใส ๆ องค์พระใส ๆ เพื่อให้ใจมีที่ยึดที่เกาะ ประคองใจให้มาหยุดมานิ่งได้ง่าย เมื่อใจหยุดนิ่ง ใจจะกลับมาอยู่ในฐานที่ตั้งดั้งเดิมของใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ กึ่งกลางลําตัวเหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ

เมื่อใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ดีแล้ว จะมีแรงดึงดูดใจให้ตกมาที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๖ ซึ่งอยู่กึ่งกลางลําตัวในระดับเดียวกับสะดือของเรา ซึ่งเป็นที่ตั้งของธรรมภายใน

เมื่อใจเข้าถึงธรรม ความสว่างภายในก็เกิด การเห็นด้วยใจก็เกิด ความสุขภายในจากใจหยุดนิ่งก็เกิด ใจที่ประกอบด้วยธรรมจะกลับขึ้นมาสู่ที่ตั้งของใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ใหม่ เมื่อใจขยายออกไป ใจจะตกศูนย์ใหม่ เข้าถึงธรรมดวงใหม่ที่สะอาดบริสุทธิ์เข้าไปอีกเป็นลําดับ ๆ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายในตน

ใจที่ไม่บริสุทธิ์เป็นไปตามอํานาจของกิเลสจะถูกกลั่นถูกกรองด้วยธรรมภายในให้สะอาด บริสุทธิ์ขึ้นเป็นลําดับ ๆ อุปมาดังเครื่องกรองน้ำที่กรองเอาสิ่งสกปรกออกไป น้ำต้องผ่านการกรองด้วยเครื่องกรองหลาย ๆ เครื่อง ด้วยความละเอียดที่ต่างกัน ในที่สุดก็ได้น้ำสะอาดมาดื่มกินฉันใด  ใจก็เช่นเดียวกัน ด้วยอํานาจความสะอาดบริสุทธิ์ของธรรมที่ละเอียดเข้าไปเป็นชั้น ๆ จะกลั่นกรองใจให้สะอาดบริสุทธิ์ยิ่ง ๆ ขึ้น   ส่งผลให้การคิดของใจ  การพูด   การกระทําของกายดีขึ้นเรื่อย ๆ นําความสุขกายความสบายใจมาสู่เจ้าตัว ส่งผลกระทบที่ดีต่อบุคคลอื่นและสิ่งแวดล้อม

ความสุข ความบริสุทธิ์ของกายและใจเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการเดียวเท่านั้น คือการทําสมาธิและตนเองเท่านั้นที่จะฝึกใจของตนได้ ไม่มีใครช่วยใครได้ ไม่มีใครทําแทนกันได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมแล้ว ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจึงทรงชี้แนะบอกทางให้ แต่ผู้นั้นต้องเป็นผู้ปฏิบัติเอง จึงจะเห็นผลได้เอง

สมาธิจึงเป็นเรื่องสําคัญของทุก ๆ ชีวิต ที่ทุกคนควรได้ฝึกทําทุกวันให้ต่อเนื่องตลอดชีวิต การเข้าถึงธรรมแม้เพียงเล็กน้อยยังนําความสุขมาให้มากมาย ถ้ามนุษย์รักตัวเองเป็น ก็จะรักความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม มีความเพียรพยายามไม่ลดละเพื่อการเข้าถึงธรรมภายในที่มั่นคงถาวร ภพชาติใดภพชาติหนึ่งเมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยม ก็จะสามารถเข้าถึงธรรมภายในได้สมบูรณ์ กําจัดกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหาน กิเลสสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ มีความบริสุทธิ์บริบูรณ์ตลอดไป

ในระหว่างที่เรากําลังฝึกทําสมาธิไปนั้น เราต้องดูแลกายนี้ให้เป็นปกติดี ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรม พระพุทธองค์ทรงเตือนให้มีความสํารวมระวังกาย วาจา และการประกอบอาชีพให้ดี เพราะเรายังต้องอาศัยกายอันประกอบด้วยธาตุ ๔ ไม่บริสุทธิ์นี้ ซึ่งมีแต่วันเสื่อมสลายไป  หากสํารวมระวังได้ดี เซลล์ต่าง ๆ ก็มีอัตราการตายน้อยลง สุขภาพก็จะแข็งแรง อายุขัยก็ยืนยาวได้

การดูแลรักษากายเพื่อการทําสมาธิด้วย ๓ เรื่องนี้ ได้แก่ การสํารวมระวังกาย วาจา และอาชีพ หากมองให้ลึกแล้ว เราจะเห็นว่านั่นคือการปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ พร้อมเสร็จไปในตัว เพราะกว่าที่เราจะสามารถทําเรื่องเหล่านี้ได้ดี เราต้องพิจารณาแล้วพิจารณาอีก การเห็นถูก เข้าใจถูกจึงจะเกิดขึ้น เราจึงคิดถูกว่าควรจะทําอะไร อย่างไร จึงออกมาเป็นคําพูด การกระทํา การประกอบอาชีพถูก และทั้งหมดนี้ต้องล้มลุกคลุกคลาน พยายามแล้วพยายามอีกเพื่อปรับปรุงแก้ไขทําให้ดีขึ้น ซึ่งต้องอาศัยสติเป็นอย่างมากจึงจะพัฒนาขึ้น

เมื่อสติมีกําลังมาก ใจก็เป็นสมาธิได้เร็วได้ดีขึ้น การปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ จึงเกิดขึ้นในชีวิตประจําวันของเรารอบแล้วรอบเล่า จนกว่าใจจะหยุดนิ่งเข้าถึงพระธรรมกายภายใน   เป็นการดําเนินชีวิตตามเส้นทางของพระสัมมา   สัมพุทธเจ้าโดยแท้

การสํารวมระวังกาย วาจา อาชีพนั้น เรื่องสําคัญก็อยู่ที่การเติมหรือการรับธาตุ ๔ เข้าไปในตัวให้ถูกต้องเหมาะสมนั่นเอง พระพุทธองค์ทรงเตือนไว้ประการหนึ่งคือ ให้ระวังรู้ตัว เวลารับประทานอาหาร อีก ๔-๕ คําจะอิ่ม ให้หยุด

เพราะความจริงคือ อาหารนั้นพอกับความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ที่ยังไม่รู้สึกว่า อิ่มในทันที เพราะอาหารส่วนสุดท้ายยังไม่ตกถึงกระเพาะอาหาร กําลังเดินทางอยู่ในหลอดอาหาร เมื่อเราดื่มน้ำตามเข้าไปอีกครึ่งแก้ว อาหารก็จะไปถึงกระเพาะอาหาร เราจะรู้สึกว่าอิ่มพอดี

ถ้าทําได้จะแก้ไขอุปสรรคในการฝึกสมาธิไปได้ คือ ขจัดความง่วงในระหว่างการนั่งสมาธิและการฝึกสมาธิจะต่อเนื่อง เพราะไม่ต้องลุกออกไปปัสสาวะในระหว่างการนั่งสมาธิ

อีกข้อสําคัญคือ การจะฝึกใจได้ต้องฝึกห้ามใจในเรื่องง่าย ๆ ก่อน คือ เรื่องการกิน รู้ตัวว่าอีก ๔-๕ คําจะอิ่ม ให้หยุดได้แล้ว ซึ่งในจังหวะนั้นเรามักจะกําลังเพลิดเพลินกับรสอร่อยของอาหารอยู่ การหยุดให้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และต้องอาศัยความเพียรพยายามให้สามารถทําเป็นนิสัยหยุดได้ทุกมื้ออาหาร

ขอให้รับรู้และตระหนักว่า มนุษย์ทุกคนสามารถแก้ไขใจให้กลับมาบริสุทธิ์ได้ด้วยการฝึกสมาธิ เพื่อให้ใจเข้าถึงธรรม เพราะมนุษย์นั้นนอกจากประกอบด้วยกายและใจแล้ว มนุษย์ยังมีธรรมที่รักษาความเป็นมนุษย์ไว้ หากสามารถรักษาใจให้อยู่กับธรรมได้ มนุษย์ก็จะคิด พูด ทําแต่ในทางที่ถูกต้องชอบธรรม พ้นจากอํานาจของกิเลสได้


Cr. หลวงพ่อทัตตชีโว

วารสารอยู่ในบุญ  ฉบับที่ ๑๕๐  เดือนเมษายน  พ.ศ. ๒๕๕๘
เราควรปฏิบัติตนอย่างไรในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เหมาะสมแก่การฝึกสมาธิและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธรรม? เราควรปฏิบัติตนอย่างไรในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เหมาะสมแก่การฝึกสมาธิและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงธรรม? Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 23:59 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.