ใจที่ภาวนา “สัมมาอะระหัง” คือ ใจที่อยู่ในบุญ ใจที่อยู่ในบุญ คือ ใจที่อยู่ในความสุขความสําเร็จทั้งปวง


หากเรามาพิจารณาใคร่ครวญถึงถ้อยคําที่ว่า บุญคือ เบื้องหลังความสุขความสําเร็จทั้งปวงแล้ว เราจะรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้มารู้จักการภาวนา สัมมาอะระหัง เพราะทุกคําและทุกครั้งที่เราภาวนา เป็นการนําใจของเราให้เชื่อมต่ออยู่กับกระแสธารแห่งบุญภายในตัวทั้งสิ้น  ดังนั้นการหมั่นภาวนา สัมมาอะระหังอยู่เนืองนิตย์ หรือภาวนาทุกขณะจิต จึงนํามาสู่ความสุขความสําเร็จในชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์

ภาวนาไม่นาน  ได้งานได้ทุน
คุณสิริพัฒน์   ปิยะนพรัตน์


เมื่อก่อนดิฉันทําธุรกิจกระจายสินค้า (Distributor) ดูแลกระจายสินค้าใน ๓ จังหวัด คือ อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี  มีลูกน้อง ๒๐ กว่าคน เงินผ่านมือวันหนึ่ง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตอนหลังมีการเปลี่ยนตัวแทน ยอดขายเริ่มหาย ธุรกิจเริ่มลง ไม่มีเงินสะพัดแล้ว รู้สึกขัดข้องเรื่องเศรษฐกิจการเงิน ก็พอดีพบกับพระอาจารย์ปรเมษฐ์เมื่อช่วงสงกรานต์ ท่านเมตตาแนะนําให้ภาวนา สัมมาอะระหัง วันแรกทําเฉพาะเวลาว่างได้ ๑,๐๐๐ ครั้ง

พอเริ่มภาวนาได้พันกว่าครั้ง  ดิฉันก็คิดว่า เอ๊ะ! จะภาวนาเฉย ๆ ทําไม ขอหลวงปู่ด้วยดีกว่า เราก็ขอให้มีอาชีพใหม่ มีทรัพย์มีปัจจัยมาทําบุญ ได้เลี้ยงคุณพ่อคุณแม่ ได้เลี้ยงดูลูก

หลายปีที่ผ่านมา ตอนย่ำแย่ บางทีจะกินก๋วยเตี๋ยวสักชามยังลําบากเลย เงินไม่พอ  อันนี้พูดตรง ๆ เลย ครั้นเมื่อภาวนาไป ปรากฏว่า ในช่วงเริ่มเข้าเดือนที่สอง อัศจรรย์มากเลยค่ะ เพื่อนฝูงที่เคยหายหน้าไป โทร.มาถามว่า พี่นุ้ยทําอะไร เป็นอะไร เดือดร้อนไหมดิฉันก็พูดเล่น ๆ ไปว่า เดือดร้อนเรื่องเงินที่จะทําทุนเขาบอกว่า ถ้าพี่ได้เลย แต่ถ้าคนอื่น หนูไม่ให้ พี่จะเอาเท่าไรถามกันตรง ๆ เลย และที่ดินที่ดิฉันบอกขาย ๕ ปีมาแล้วยังขายไม่ได้ เพื่อนบอกว่า พี่เก็บที่ดินไว้ให้ด้วยนะ  เดี๋ยวจะซื้อที่ของพี่

อัศจรรย์หลาย ๆ อย่าง แล้วเพื่อนก็บอกว่า มีงานจะให้ทํา ยกให้เลย มีลูกค้าอยู่แล้ว ทุกอย่างเข้ามาประเดประดังช่วงเดือนนี้ค่ะ  ทุกอย่างเข้ามาหมดเลย เหมือนหลวงปู่เมตตา  ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงระยะเวลาที่สั้นมากเลยที่ดิฉันตั้งจิตตั้งใจอธิษฐาน

ส่วนคุณแม่ภาวนาไม่นานก็ได้แสนกว่าครั้งแล้ว ดิฉันสงสัยว่าทําไมได้เยอะจัง ก็ไปดู ปรากฏว่า คุณแม่ท่านติ๊กไว้เลยว่า วันนี้ภาวนาได้หมื่นกว่าครั้ง วันนี้เวลาน้อยหน่อยได้เจ็ดพันครั้ง ท่านติ๊กไว้หมด ดิฉันถามท่านว่า ทําไมแม่ได้เยอะจัง” “ก็ว่างไงวัน ๆ คุณแม่ดูแต่ดีเอ็มซี ละครไม่เคยเปิดเลย ถ้าใครแอบไปเปิดเกมโชว์ คุณแม่จะเปลี่ยนไปเป็นดีเอ็มซี  ท่านไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์

แล้วคุณแม่สวดมนต์เยอะด้วย สวดจนดิฉันคิดว่าท่านจะเป็นเทพอยู่แล้ว ผิวขาวผ่อง มีออร่า ท่านสวดมนต์และนั่งสมาธิทั้งวัน มีความสุข และบอกว่า สวดให้ลูก ๆ ด้วยนะ ตอนนี้คุณแม่แก่มากแล้ว แต่ยังร่าเริง สดใส

ภาวนา ๑ หมื่นคำ  เชื่อมความสำเร็จ
คุณกฤติกา   สังขวิจิตร


ทีแรกเราติดป้ายขายบ้านมาเรื่อย ๆ พอมาถึงจุดที่ลูกชายต้องไปเรียน ต้องใช้เงินตั้งใจว่าต้องทําอะไรแล้วล่ะ มันเหมือนจะขายได้ แต่ก็ขายไม่ได้ คนอื่นเขาขายกันได้หมดแล้ว เหลือบ้านเราที่ขายไม่ได้

ต่อมา ได้มาฟังเรื่องราวการภาวนา สัมมาอะระหังจากนั้นก็เริ่มภาวนากันที่ ๕๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้ง แต่เราคิดว่าไม่น่าใช่ น่าจะทําให้ถึงจุดสูงสุดจริง ๆ จุดที่เหมือนจะเกินกําลังเรา แต่พอทําจริง ๆ เราก็ทําได้ ก็เลยตั้งใจภาวนาให้ถึง ๑๐,๐๐๐ ครั้ง เกือบเที่ยงคืนพอดี  พอง่วงก็เดินไปด้วย จําได้แม่นเลย เพราะต้องทําให้ได้จริง ๆ

พอได้ถึง ๑๐,๐๐๐ ครั้ง อีกวันหนึ่งไปดูบ้านที่เราติดป้ายมาเป็นสิบปีแล้ว ขายมาเรื่อย ๆ ติดแล้วเอาออก แล้วก็ติดใหม่อยู่อย่างนี้  ตอนหลังเร่งจะขายเลยคิดว่าจะเขียนป้ายใหม่ ป้ายเก่าโดนแดดโดนฝน เลยเก็บพับทิ้งถังขยะ สักพักคนที่จะซื้อโทร.มาบอกว่า ขอเช่าบ้านสัก ๓ เดือนก่อนเราก็ถามเขาว่า ไปรู้มาจากไหน เขาบอกว่าหน้าบ้านมีป้ายติดเอาไว้ว่า ขายเราตกใจไปดูหน้าบ้าน พบว่ามีป้ายที่เราเอาไปทิ้งถังขยะติดอยู่ ผูกไว้กับรั้วอย่างดีเลย จุดนี้ทําให้เชื่อมั่นว่า การภาวนาเห็นผลจริง ๆ ไม่รู้ว่าใครไปติดไว้ ถามใครก็ไม่มีใครรู้  ผูกให้อย่างดีเลย

ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า ถ้าเราทําภาวนาบ่อย ๆ สิ่งดี ๆ จะมาเอง เรามั่นใจอยู่ลึก ๆ  แม้บางครั้งเราอาจไม่เข้าใจ แต่เราคิดว่า ถ้าเราจะทําอะไรต้องดูที่ตัวเราเป็นหลัก คนอื่นอาจจะคิดว่า เอ๊ะ..ทําไมคนนั้นภาวนาแค่ ๕๐๐ ครั้ง ก็ได้ความสําเร็จแล้ว พอเรามาทําเอง ๕๐๐ ครั้ง ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเราต้องคิดแล้วว่า แบบนี้ต้องเพิ่มจํานวนครั้ง เราต้องมาดูตัวเองว่า แต่ละคนมีวิบากกรรมไม่เหมือนกันคนอื่นเขาอาจจะมีวิบากกรรมน้อยกว่าเรา ทํานิดเดียวเขาก็สําเร็จแล้ว บุญเขาอาจจะมากอยู่แล้ว พอกระตุ้นหน่อยก็สําเร็จ แต่ถ้าบุญเรายังน้อยอยู่ ก็ต้องทําให้มาก ทบไปเรื่อย ๆ  ถ้ายังไม่สําเร็จก็ต้องภาวนาเพิ่มทวีคูณ ต้องเพิ่มไปเยอะ ๆ จนสุดความสามารถของเรา

ทุกครั้งที่เราภาวนา สัมมาอะระหัง  ไม่ต้องคาดหวังสิ่งใดมาก คิดแค่ว่า เราจะภาวนาเพื่อเติมบุญให้ตัวเอง ภาวนามากครั้ง  บุญก็มากขึ้น เหมือนคําสอนของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ท่านสอนว่า น้ําหยดทีละติ๋งยังเต็มตุ่ม ฉะนั้นเราต้องปฏิบัติไปเรื่อย ๆ มีบุญอะไรก็พยายามทําเรื่อยไป สักวันหนึ่งคงเต็มด้วยบุญ เหมือนน้ําหยดทีละติ๋งยังเต็มตุ่มได้ ถ้าไม่ปฏิบัติก็เหมือนกับไม่มีน้ําสักหยด ถ้าปฏิบัติไปเรื่อย ๆ  วันหนึ่งเราคงได้รู้จริงกับเขาบ้าง ในเมื่อบารมีตอนนี้ของเรายังไม่เต็ม ก็ต้องขวนขวายไปเรื่อย ๆ ทีละนิดทีละหน่อย อย่าขี้เกียจเป็นอันขาด อย่ามัวไปห่วงคนอื่นเขามากเกินไป เราต้องทําให้ตัวเราเองมาก ๆ เพราะเวลาเราตายแล้ว ใครก็ช่วยเราไม่ได้นอกจากเราจะช่วยตัวเราเอง  เราทํา เราก็ได้ จงสู้สิ...สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย  สู้ดีกว่านะ สู้ให้ถึงที่สุด สู้จนหมดอายุขัย จะได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น  เราต้องเตือนตัวเราเอง เพราะเราทําของเราเอง เราทํามากได้มาก  ทําน้อยได้น้อย ยายทํา ยายก็ได้ คุณก็ไม่ได้ คุณทำคุณก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ทำมาก ๆ ไว้ก่อน เราทำทุก ๆ วัน ก็ได้ทุก ๆ วัน ทำให้ถึงที่สุด

Cr. พระบริบูรณ์  ธมฺมวิชฺโช
วารสารอยู่ในบุญ  ฉบับที่ ๑๕๗  เดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๕๘
ใจที่ภาวนา “สัมมาอะระหัง” คือ ใจที่อยู่ในบุญ ใจที่อยู่ในบุญ คือ ใจที่อยู่ในความสุขความสําเร็จทั้งปวง ใจที่ภาวนา “สัมมาอะระหัง” คือ ใจที่อยู่ในบุญ ใจที่อยู่ในบุญ คือ ใจที่อยู่ในความสุขความสําเร็จทั้งปวง Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 01:01 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.