ตกนรก..ขึ้นสวรรค์


เรื่องนี้มีบันทึกไว้อย่างชัดเจนในบันทึกของพระทิพย์ปริญญา (ธูป กลัมพสุต) ป.ธ. 6 อดีตผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าหลวงจบกระบวนยุทธ ซึ่งเป็นพ่อตาของ จอมพลถนอม กิตติขจร เล่าให้ท่าน ฟังว่า

ก่อนหน้านั้น..หลวงจบได้ยินผู้คนจำนวนมากร่ำลือกันว่า หลวงปู่วัดปากน้ำพาไปนรกสวรรค์ได้ หลวงจบก็เลยพาภรรยาไปวัดปากน้ำบ้าง เพราะอยากรู้ว่าพ่อตาที่ตายไปแล้วไปอยู่ที่ไหน และพอหลวงจบไปกราบหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านก็ให้พระ 1 รูป และแม่ชี 1 คน ที่ได้ธรรมกายนั่งไปดูให้ว่า พ่อตาหลวงจบตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ซึ่งก็พบว่าไปอยู่สวรรค์ชั้นยามา เพราะสมัยตอนเป็นมนุษย์ พ่อตาของหลวงจบเคยสร้างโบสถ์ไว้ที่วัดยายร่ม

เมื่อหลวงจบได้ฟังดังนั้น ก็ตกตะลึง เพราะสงสัยว่า ทำไม..ถึงรู้ได้ขนาดนั้น เพราะหลวงจบไม่เคยบอกเรื่องนี้กับหลวงปู่วัดปากน้ำ หรือบอกกับพระและแม่ชีที่นั่งเข้าที่ดูให้เลย คือ พ่อตาของหลวงจบ ได้สร้างโบสถ์ไว้ที่วัดยายร่มจริง ๆ และเพื่อให้แน่ใจ หลวงจบก็เลยซักโน่นซักนี่ ปรากฏว่า พระและแม่ชีที่ได้ธรรมกายนั้น สามารถตอบถูกหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จัก หรือรู้ข้อมูลของหลวงจบมาก่อน

อีกคราวหนึ่ง ลุงฉลอม มีแก้วน้อย ซึ่งเป็นหลานชายของหลวงปู่วัดปากน้ำเล่าให้ฟังว่า พ่อแท้ ๆ ของหลวงจบเป็นแขกฆ่าวัว ฆ่าควาย แต่หลังจากพ่อของหลวงจบตายไปแล้ว 20 ปี หลวงจบก็ไม่ได้ข่าวคราวของพ่อเลย เพราะแกไม่มาเข้าฝันอะไรใครทั้งน ด้วยเหตุนี้..หลวงจบก็เลยไปกราบหลวงปู่ ซึ่งหลวงปู่ท่านก็เลยสั่งแม่ชีที่ได้ธรรมกายให้นั่งไปดู แม่ชีก็บอกว่า พ่อของหลวงจบไปอยู่ในนรก เพราะตอนเป็นมนุษย์ ฆ่าวัว ฆ่าควาย ขายเป็นประจำวัน ละ 3 - 5 ตัว แล้วแม่ชีก็บอกต่ออีกว่า พ่อของหลวงจบ ชื่อ โต๊ะรูห์

ซึ่งพอแม่ชีพูดถึงชื่อพ่อของหลวงจบเท่านั้นเอง หลวงจบก็ร้องไห้ แล้วคลานเข้าไปกราบหลวงปู่ทันที เพราะแม่ชีไม่เคยรู้ประวัติของหลวงจบมาก่อน แต่วิชชาธรรมกายที่หลวงปู่สอนแม่ชี กลับทำให้ สามารถรู้เรื่องของหลวงจบ และบอกชื่อพ่อของหลวงจบได้ถูกต้อ และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้หลวงจบเกิดความศรัทธาหลวงปู่และวิชชาธรรมกายมาก จึงทำให้นับจากวันนั้น หลวงจบเลิกนับถือศาสนาเดิม แล้วเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และกลับไปบอกน้องชาย ที่ชื่อ อาหมัด ว่าให้เลิกอาชีพฆ่าวัว ฆ่าควายแบบพ่อเสีย เพราะกลัวน้องชายตายแล้วต้องตกนรกเหมือนพ่อ ...

Cr. ร. ลิ่วเฉลิมวงศ์ สำนักสื่อธรรมะ
ตกนรก..ขึ้นสวรรค์ ตกนรก..ขึ้นสวรรค์ Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 03:48 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.