“ พีซอาร์คิเทค ” ผู้ออกแบบแผนปฏิบัติการเพื่อสรรค์สร้างสันติภาพโลก

  “ พีซอาร์คิเทค
ผู้ออกแบบแผนปฏิบัติการเพื่อสรรค์สร้างสันติภาพโลก
             

หากคุณอยู่ในช่วงวัยประมาณ ๒๕-๓๐ ปี ตอนนั้นคุณกำลังทำอะไรอยู่ คนส่วนใหญ่ก็คงกำลัง อยู่ในช่วงวัยทำงานที่แต่ละวันต้องทำมาหาเลี้ยงชีพใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน บางคนทำงานแต่ละวันเพื่อรอคอยวันที่เงินเดือนออก และได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนในคืนวันศุกร์ บางคนมีธุรกิจเป็นของตนเอง ทุ่มเททั้งกายใจบริหารจัดการ และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มผลกำไร แต่ยังมีคนหนุ่มสาวอยู่กลุ่มหนึ่งที่ยอมละทิ้งโอกาสในการประสบความสำเร็จในการทำงานที่จะทำให้พวกเขามีเงินทองมาก ๆ เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการคิดและดำเนินโครงการที่จะแนะนำเพื่อนมนุษย์ให้รู้จักความสุขจากภายในโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า พีซอาร์คิเทค


พีซอาร์คิเทคเป็นส่วนหนึ่งของพีซเรฟโวลูชัน มีหน้าที่สอนสมาธิเบื้องต้นให้แก่ผู้คนในประเทศที่ตนอาศัยอยู่และประเทศใกล้เคียงนับ เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขยายงานเผยแผ่เรื่องราวความสุขภายในให้กว้างไกลไปทั่วโลก แต่กว่าคนคนหนึ่งจะกลายมาเป็นพีซอาร์คิเทคได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจะต้องผ่านการทำโปรแกรมฝึกสมาธิออนไลน์ในเว็บไซต์มาจนครบ ๔๒ วัน มาอบรมสมาธิเป็นเวลา ๒ สัปดาห์ที่ประเทศไทย เพื่อเป็นพีซเอเจนต์แล้วต้องกลับไปทำหน้าที่พีซโคช คอยให้คำแนะนำแก่คนใหม่ ๆ ที่เข้ามาฝึกสมาธิออนไลน์ในเว็บไซต์ แล้วจึงได้รับคัดเลือกให้มาเข้าร่วมโครงการอบรมเป็นพีซอาร์คิเทคที่ประเทศไทย และต้องผ่านการทดสอบที่เข้มข้นจากคณะกรรมการ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะเป็นครูสอนสมาธิที่ดีจริง ๆ

ฉบับนี้ผู้เขียนขอนำเรื่องราวของพีซอาร์คิเทค ๒ คน มาให้ท่านผู้อ่านได้สัมผัสคนแรกชื่อ แอนนา โอเลชเควิช พีซอาร์คิเทคชาวยูเครน ผู้ทำหน้าที่จัดกิจกรรมสอนสมาธิในทวีปยุโรป แอนนาเล่าว่า คืนหนึ่งในระหว่างที่เธอกำลังเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยทางด้านวัสดุศาสตร์ เธอฝันไปว่าได้ไปที่ประเทศไทยภาพในฝันชัดเจนมาก ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยไปที่ประเทศไทยมาก่อน ภาพในความฝันนั้นติดตาตรึงใจไปหลายปี


จนกระทั่งช่วงปีที่เธอกำลังทำวิทยานิพนธ์เพื่อจบดอกเตอร์ จู่ ๆ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งส่งลิงก์ที่เกี่ยวกับโครงการอบรมสมาธิในประเทศไทยมาให้ เมื่อได้เห็นคำว่าประเทศไทยทำให้เธอนึกถึงความฝันครั้งนั้นขึ้นมาทันทีกอปรกับตัวเธอเองก็สนใจการฝึกสมาธิอยู่แล้วจึงทำให้อยากเข้าร่วมโครงการนี้มาก แอนนาจึงเริ่มทำโปรแกรมนั่งสมาธิออนไลน์ และในที่สุดก็ได้รับคัดเลือกมาเข้าร่วมโครงการอบรม (GPM) ที่ประเทศไทย กลายเป็นพีซเอเจนต์และได้เข้ารับการอบรมเป็นพีซอาร์คิเทคในเวลาต่อมา จากนั้นเธอก็ตะลุยทำหน้าที่สอนสมาธิให้แก่ผู้คนมากมายในประเทศแถบยุโรปผ่านกิจกรรมที่เรียกว่า Mini PIPO ในหลายประเทศ เช่น อาเซอร์ไบจัน อาร์เมเนีย และยูเครน แต่กิจกรรม Mini PIPO ที่แอนนาประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นที่ประเทศอาร์เมเนีย


อาร์เมเนียเป็นประเทศเล็ก ๆ อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต อยู่ในทวีปเอเชียแต่ค่อนไปทางยุโรป แอนนาไปจัดสอนสมาธิที่ประเทศนี้ โดยอาศัยความร่วมมือจากคนท้องถิ่นที่รู้จักโครงการพีซเรฟโวลูชันในการไปติดต่อขอความร่วมมือจากองค์กรอิสระในประเทศอาร์เมเนีย เพื่อหาสถานที่และเชิญชวนคนให้มาเข้าร่วม มีการจัดสอนสมาธิทั้งหมด ๔ รอบ ใช้เวลา ๒ วัน ทั้งหมดจัดขึ้นในเมืองหลวงเยราวาน มีผู้เข้าร่วม ๙๒ คน ผู้เข้าร่วมหลายคนมาด้วยความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับสมาธิและอยากมาลองศึกษา เมื่อได้ไปเข้าร่วมนั่งสมาธิกับแอนนาแล้ว ก็รู้สึกว่าสมาธิไม่เกี่ยวกับศาสนาอย่างที่พวกเขากลัวกันหลายคนมีความสุข รู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย


ผู้เข้าร่วมคนหนึ่งกล่าวว่า ตอนที่ฉันนั่งสมาธิ ฉันจินตนาการว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อย่างที่คุณ (แอนนา) บอก ทำให้รู้สึกดีมาก ๆ สักพักฉันก็รู้สึกว่ามือหายไป และรู้สึกว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางแสงสว่างผู้เข้าร่วมอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ฉันไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกอย่างไร แต่ฉันรู้สึกมีความสุขมาก ๆ และใจก็สงบดี

แอนนาพบว่า คนอาร์เมเนียใจดี และมีความไร้เดียงสาในบางแง่มุม แต่ก็เคร่งศาสนาพอสมควร คนอาร์เมเนียนับถือคริสต์เป็นหลักยึดมั่นในความเชื่อของตนเองโดยเฉพาะเรื่องพระเจ้า ดังนั้นการเข้าไปบอกหรือสอนสมาธิจึงต้องทำอย่างนุ่มนวล ค่อย ๆ อธิบายโดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังถูกสอนให้เปลี่ยนความเชื่อของตนเอง การสอนสมาธิต้องอธิบายเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนาของพวกเขาจึงจะทำให้เปิดใจรับฟังมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีคำถามหลากหลายจากผู้เข้าร่วมอบรม เช่น การสวดมนต์และทำใจให้เชื่อมั่นในพระเจ้าถือเป็นการนั่งสมาธิหรือไม่, จะทำอย่างไรให้สามารถหยุดคิดในสิ่งที่ไม่ดีและทำให้เศร้าใจซึ่งเป็นความคิดที่เข้ามาในใจครั้งแล้วครั้งเล่า,จะสามารถฝึกสมาธิต่อที่บ้านได้อย่างไร

ใกล้ ๆ กับอาร์เมเนียมีอีกประเทศหนึ่งที่แอนนาเดินทางไปสอนทำสมาธิเช่นกัน คือ อาเซอร์ไบจัน ซึ่งเป็นประเทศในแถบเทือกเขาคอเคซัส บริเวณที่เป็นจุดเชื่อมต่อของภูมิภาคยุโรปตะวันออกกับเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ในเวลา ๓ วัน จัดรอบนั่งสมาธิไป ๔ รอบ มีคนเข้าร่วม ๕๖ คน มีองค์กรร่วมจัด ๒ องค์กร คือ Common Sense และ Azerbaijan Youth Tourism Organization คนส่วนใหญ่บอกว่าผ่อนคลายทั้งกายและใจ เวลาผ่านไปเร็วมากคิดว่าแค่ ๑๕ นาที ทั้ง ๆ ที่นั่งไป ๓๐ นาที อาจารย์คนหนึ่งบอกว่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า และบอกว่าถ้าเราอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องเริ่มต้นเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน และเชื่อว่าสมาธิจะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ได้ อีกคนหนึ่งบอกว่าชอบวิธีการนี้ เชื่อว่าสมาธิทำให้มีสติดีขึ้น แต่ที่แปลกคือ มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งเสร็จแล้วถามแอนนาว่า เธอควบคุมใจฉันได้อย่างไร แต่กลับมีผู้หญิงอีกคนพูดสวนว่า เธอเคยได้รับการอบรมสมาธิจากหลายที่ในหลายรูปแบบ เธอขอยืนยันแทนแอนนาว่า แอนนาไม่ได้ควบคุมจิตของใครเลย วิธีการนี้ไม่ใช่การควบคุมจิต

มีอยู่รอบหนึ่งที่มีคนเข้าร่วม ๑๐ คน และใช้ภาษารัสเซียในการสอน แอนนาบอกว่าเป็นรอบที่เธอชอบที่สุด เพราะบรรยากาศของคนกลุ่มนี้ดีมาก นั่งกันได้เงียบสุด ๆ ไม่มีใครกระดุกกระดิกเลย แม้ว่าจะมี ๑ คนกรนอยู่ ๒ วินาที เธอบอกว่าอาจเพราะเธอพูดภาษาท้องถิ่นเลยลื่นไหลเป็นพิเศษ ผู้เข้าร่วมคนหนึ่งบอกว่า เขามีความสุขมาก ๆ เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดและยังบอกว่าจะนั่งสมาธิต่อไปเพราะมันนำความรักและความสงบมาสู่ตัวเองทำให้ผ่อนคลายและพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่


พีซอาร์คิเทคคนต่อมาที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำให้รู้จัก คือ ยานา ยานาเป็นหญิงชาวบัลแกเรียที่ทำหน้าที่สอนสมาธิในแถบเอเชียกลาง บางครั้งก็ไปถึงแถบตะวันออกกลางยานาเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเธอว่า เมื่อประมาณ ๔ ปีที่แล้ว เธอเคยทำงานตำแหน่งระดับสูงในบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง และมีชีวิตแต่งงานที่ดี เธอมีทุกอย่างที่สังคมมองว่านี้แหละคือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือนคนที่สามารถทำฝันของตนเองให้เป็นจริงแล้ว แต่ยานากลับรู้สึกว่าเธอไม่มีความสุขรู้สึกเหมือนบางสิ่งที่สำคัญในชีวิตขาดหายไปและเธอไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่าชีวิตเกิดมาทำไม ต่อมาไม่นานเธอตัดสินใจลาออกจากงานที่เคยทำเพื่อแสวงหาสิ่งสำคัญที่ขาดหายไปในชีวิต แล้ววันหนึ่งยานาก็ได้พบกับเว็บไซต์ของโครงการพีซเรฟโวลูชันและโปรแกรมนั่งสมาธิออนไลน์ เธอรู้สึกอัศจรรย์ใจมาก เมื่อพบว่าแต่ละวันที่ทำโปรแกรมออนไลน์ทำให้เธอได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอเองได้ชัดเจนและลึกซึ้ง ต่อมาเธอสมัครมาอบรมสมาธิ (GPM) ที่ประเทศไทย ทำให้เธอได้เรียนรู้และพบความสุขภายในยิ่ง ๆ ขึ้นไป


ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ยานาเข้ารับการอบรมและสอบผ่านเป็นพีซอาร์คิเทคอีกคนหนึ่งทำให้เธอสามารถนำเอาเรื่องสมาธิไปสอนผู้คนได้อีกมากมาย ในปีที่ผ่านมายานาเดินทางไปสอนสมาธิในหลายประเทศ ได้แก่ บัลแกเรีย ดูไบ จอร์แดน และเวสเทิร์นสะฮารา และอีกประเทศหนึ่งที่ยานาประทับใจจากการไปทำหน้าที่ครูสอนสมาธิ คือ คีร์กีซสถาน ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียกลาง เดิมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ยานาเล่าว่า เจ้าภาพท้องถิ่นผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมน่ารักกันมากจริง ๆ มีความสนใจเรื่องการพัฒนาตัวเองอย่างแท้จริง ทำให้เธอใช้เวลาแต่ละรอบนานถึง ๓ ชั่วโมง (ปกติจะจัดเพียง ๒ ชั่วโมง)เพราะต้องตอบคำถามหลังจากจบกิจกรรมแล้วอีกเกือบชั่วโมง ซึ่งล้วนเป็นคำถามของคนกระหายความรู้ มีบางคนเป็นสมาชิกออนไลน์อยู่ด้วย

งานนี้จัดเพียง ๓ วัน ๓ รอบ โดยไม่ต้องมีการแปลเลย ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก มีคนเข้าร่วม ๖๕ คน และมีเจ้าภาพถึง ๒ องค์กรที่อยากให้จัดกิจกรรมอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ American University for Central Asia ส่วนอีกแห่ง คือ EVS บอกว่าอยากจัดให้ใหญ่และนานกว่านี้ แต่บอกว่ายังไม่ควรนิมนต์พระมา  ถ้าเป็นพีซอาร์คิเทคน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีกว่า ซึ่งก็ดูจะเป็นความเห็นที่คล้าย ๆ กับที่พีซเอเจนต์เคยบอกไว้ ผู้เข้าร่วมหลายคนเขียนอีเมล์มาขอบคุณยานาด้วย และบอกว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับนั้นเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตมาก แต่ก็มีบางรอบเช่นกันที่ผู้เข้าร่วมบางคนยังสงสัยสิ่งที่เธอสอนอยู่ แต่หลังจากนั่งกันเสร็จ ปฏิกิริยาก็เปลี่ยนไป หลายคนบอกว่าเห็นแสงสว่าง ผ่อนคลายมาก ไม่ค่อยมีความฟุ้ง และมีอยู่ ๒ คนที่เห็นดวงกลม มีอยู่รอบหนึ่งผู้เข้าร่วมเป็นสาวชาวอัฟกานิสถานทั้งหมด เพราะได้รับทุนมาศึกษาที่นี่ พวกเขายิ้มร่าหลังจากนั่งสมาธิและยังปรบมือให้ยานาอย่างกึกก้อง ยานาบอกว่า โยคะกับสมาธิกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศนี้และผู้คนในคีร์กีซสถานก็กำลังเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ มีคนบอกว่าอยากศึกษาพระพุทธศาสนาแต่เธอพยายามเลี่ยงการตอบคำถามที่นำไปสู่เรื่องศาสนา


ณ วันนี้ฉันมีความสุขและสบายใจฉันมีความสุขที่ได้ส่งต่อความสุขให้แก่หลาย ๆ ชีวิต และทำให้หลายชีวิตเริ่มเปลี่ยนแปลงรวมทั้งทำให้ผู้คนเข้าใจว่า ความสุขเป็นงานภายในยานากล่าว

เรื่องราวของแอนนาและยานาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพีซอาร์คิเทคกว่า ๔๐ ชีวิต ในโครงการพีซเรฟโวลูชันที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลกอยู่ในขณะนี้ ด้วยการแผ่ขยายความรู้เรื่องการเข้าถึงสันติสุขภายในไปให้ผู้คนทุกชาติทั่วโลกได้สัมผัส พีซอาร์คิเทคจึงถือเป็นบุคคลสำคัญยิ่งของโลก ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้กงล้อแห่งการปฏิบัติเพื่อสันติภาพโลกหมุนต่อไปอย่างทรงพลัง นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ต่อโลกและมวลมนุษยชาติ...

อ้างอิง: ทีมงานพีซเรฟโวลูชัน
Cr. วารสารอยู่ในบุญ เมษายน 2559 สำนักสื่อธรรมะ












“ พีซอาร์คิเทค ” ผู้ออกแบบแผนปฏิบัติการเพื่อสรรค์สร้างสันติภาพโลก  “ พีซอาร์คิเทค ” ผู้ออกแบบแผนปฏิบัติการเพื่อสรรค์สร้างสันติภาพโลก Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 03:36 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.