การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกในเม็กซิโก ดินแดนที่ผู้คนชอบขอพรพระ

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกในเม็กซิโก 
ดินแดนที่ผู้คนชอบขอพรพระ
  

เมื่อประมาณ ๒,๖๐๐ ปีที่ผ่านมา ขณะที่ยังไม่มีชาวพุทธเลยแม้แต่คนเดียว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้วิธีเผยแผ่พระธรรมคำสอนในเชิงรุก ด้วยการเสด็จไปโปรดปัญจวัคคีย์ จนกระทั่งมีพระสงฆ์เกิดขึ้น ทำให้มีพระรัตนตรัย ครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ หลังจากนั้นอีกไม่นาน ทรงประชุม พระอรหันตสาวก ๖๐ องค์แรก และประทานโอวาทว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน เพื่อความเอ็นดูแก่โลก... แม้เราก็จักไปยังอุรุเวลาเสนานิคมเพื่อแสดงธรรม  ด้วยการเผยแผ่เชิงรุกดังนี้  ทำให้พระพุทธศาสนาแพร่หลายไปทั่วชมพูทวีปในเวลาไม่นานนัก แม้ศาสนาพุทธในประเทศไทยก็เกิดจากการที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงใช้แนวทางเผยแผ่ศาสนาในเชิงรุกเช่นกัน  ด้วยการส่งพระสมณทูต จำนวน ๙ สาย  ออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังประเทศต่าง ๆ

วัดพระธรรมกายเองก็ยึดหลักเดียวกันนี้ในการเผยแผ่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปทั่วโลก โดยมีทีมงานพีซเรฟโวลูชันเป็นทีมงานหนึ่งที่ทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะไปสู่ประเทศต่าง ๆ  ทั้งนี้เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงธรรมแก่มวลมนุษยชาติ  ซึ่งจะทำให้มหาชนชาวโลกเกิดสันติสุขภายใน และจะเป็นทางมาของสันติภาพโลกอย่างแท้จริงในที่สุด


๑. คอลัมน์สร้างโลกแก้วเดือนนี้ เป็นเรื่องการจัดกิจกรรม PIPO ของทีมงานพีซเรฟโวลูชันที่ประเทศเม็กซิโก ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ ๓ แล้ว  โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓-๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ในเมืองแคนคูน, คัวนาวาคา, ปัวบลา, แอทลิโก และกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งมีผู้สนใจมาเข้าร่วมกิจกรรม ๑,๕๕๐ คน  ผู้จัดงานหลักมี ๖ คน คือพีซเอเจนต์เฟอร์นันดา, มาเรียม, มาเซลา, ลอเรนา, เอริกา และอิลเซ โดยจัดกิจกรรมแบบ  Meditation Workshop ๑๖ รอบ และ  Retreat  ปฏิบัติธรรมสุดสัปดาห์ ๑ ครั้ง นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องความร่วมมือกันอย่างจริงจังกับมหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอ (Universidad Tecmilenio)  ซึ่งทำให้ทีมงานต้องทุ่มจัดกิจกรรมให้มหาวิทยาลัยนี้อย่างเต็มที่

๒. วันที่ ๔-๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ จัดกิจกรรมที่เมืองแคนคูน

เมืองแคนคูนเป็นเมืองตากอากาศที่สวยงามและมีชื่อเสียง มีทะเลสาบขนาดใหญ่ อาคารบ้านเรือนออกแบบเก๋ไก๋และสดใสสไตล์เม็กซิกัน

วันแรกจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยของรัฐที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ชื่อมหาวิทยาลัยคาริเบ (Universidad del Caribe)  ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สองแล้ว

วันนี้ ห้องประชุม ๒๐๐ ที่นั่ง ไม่พอรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จึงต้องเอาเก้าอี้มาเสริม หัวข้อการบรรยายในรอบนี้เกี่ยวกับเรื่องพลังของใจ หรือ  Power of the Mind  จากนั้นพระอาจารย์นำนั่งประมาณ ๔๐ นาที  ปรากฏว่าทั้งห้องตัวเบา ตัวโล่ง ตัวหาย ตัวขยาย และกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เห็นแสงสว่าง

การจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยนี้มีผู้คนสนใจอย่างล้นหลาม ทำให้พีซเอเจนต์ของเราตัดสินใจยกเลิกกิจกรรมที่อื่น  แล้วกลับมาจัดที่นี่อีกครั้ง

๓. วันรุ่งขึ้นจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ผู้ร่วมกิจกรรมมีอายุตั้งแต่ ๑๕ ถึง ๕๐ ปี เนื่องจากเวลาที่จัดกิจกรรมคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาเรียน พระอาจารย์จึงนำนั่งเพียงครึ่งชั่วโมง เพราะไม่อยากให้เด็กขาดเรียน แต่ปรากฏว่าเมื่อนั่งสมาธิครบกำหนดกลับไม่มีใครลุกออกไปเลย พระอาจารย์จึงเทศน์ต่อเรื่อง สมาธิกับการบำบัดความเครียด

รอบนี้มีอาจารย์ท่านหนึ่งมาถามว่า มีศูนย์สมาธิที่นิคารากัวไหม เพราะเธอมาจากประเทศนี้ และอยากให้น้องสาวได้ลองทำสมาธิบ้าง ส่วนอาจารย์อีกท่านก็อยากให้จัดอีกรอบ 

๔. รอบสุดท้ายที่เมืองแคนคูน ทีมงานไปจัดกิจกรรมให้บริษัท Mayan Sales ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ ผู้จัดงานทำงานในฝ่ายบุคคลของบริษัท เขาเคยไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยคาริเบแล้วประทับใจมาก   จึงนิมนต์พระอาจารย์ไปแนะนำวิธีทำสมาธิให้พนักงานซึ่งทั้งเครียดทั้งกดดันที่ต้องทำยอดขายให้เข้าเป้า

เมื่อนำนั่งเสร็จแล้ว พระอาจารย์อธิบายเรื่องการทำงานให้บรรลุเป้าหมายด้วยการนำหลักอิทธิบาท ๔  มาใช้ควบคู่กับการทำสมาธิ  ซึ่งได้รับความสนใจจากพนักงานมากทั้งสองเรื่อง   ตอนท้ายผู้จัดงานบอกว่า อยากมาจัดสัมมนาที่ประเทศไทย แล้วผนวกเรื่องสมาธิเข้ามาด้วย

๕. วันที่ ๘-๑๐ พฤศจิกายน จัดกิจกรรมที่เมืองคัวนาวาคา

เมืองคัวนาวาคาเป็นเมืองที่มีอากาศแบบฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี   ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ธรรมชาติก็งดงาม มีทั้งเทือกเขา หุบเขา มีดอกไม้หลากสี มีทุ่งข้าวโพด ข้าวสาลี บ้านเรือนก็น่ารัก  สีสันสดใส พระอาจารย์บอกว่า  เมืองนี้เหมาะสำหรับสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมมาก ทั้งในแง่ภูมิอากาศ และภูมิประเทศที่ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตี้เพียง ๒ ชั่วโมง


วันนี้  อิลเซพาทีมงานชมเมือง และพาไปดูพีระมิดของเผ่าเอสเทค (Aztec) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ ๓๐๐ ปีก่อนคริสตกาล และเป็นอารยธรรมหลักของประเทศเม็กซิโก

การจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอ วิทยาเขตเมืองคัวนาวาคา มีนักศึกษา ๑๒๘ คน เข้าร่วมกิจกรรม พระอาจารย์เริ่มด้วยการอธิบายความสำคัญของสมาธิที่มีต่อการพัฒนาการเรียน และนำนั่งสมาธิไปเกือบ ๔๐ นาที ซึ่ง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษามีผลการปฏิบัติธรรมที่ดี

รอบนี้มีนักศึกษาชายคนหนึ่งถามว่า  ถ้าอยากเป็นชาวพุทธต้องทำอย่างไร เขาได้ยินมาว่า  ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ จึงอยากศึกษาและเป็นชาวพุทธบ้าง

๖. ต่อไปเป็นการจัดกิจกรรมที่เมืองปัวบลา ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๔ พฤศจิกายน

เมืองนี้วิวสวยไม่แพ้เมืองคัวนาวาคา แต่หนาวกว่าเล็กน้อย จากเมืองนี้มองเห็นภูเขาไฟที่ยังคงปะทุตั้งเด่นเป็นสง่า สวยงาม  ในเมืองปัวบลามีโบสถ์มากมายและมีโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศเม็กซิโกตั้งอยู่  โบสถ์แต่ละโบสถ์เก่าแก่และใหญ่โต  ข้างในประดับด้วยทองคำ  อลังการมาก

วันนี้  เจ้าของร้านเซรามิกที่พระอาจารย์แวะเข้าไปชม  บอกว่าอยากถวายถ้วยกาแฟและขอพรให้กิจการเจริญรุ่งเรือง  พระอาจารย์เลยจัดให้ตามคำขอ  ทำให้ปลาบปลื้มกันมากทีเดียว

กิจกรรมเริ่มต้นในช่วงเย็นที่ศูนย์โยคะ รอบนี้มีคนมาเพียง ๑๑ คน  ส่วนใหญ่เคยนั่งสมาธิมาแล้ว พระอาจารย์จึงนำนั่งถึง ๕๐ นาที แทบทุกคนบอกว่าสบาย ตัวเบา เห็นแสง หลังจากนั้นมีการขอให้พระอาจารย์สวดให้พร พระอาจารย์จึงสวดชัยมงคลคาถาให้ เขาปลื้มกันมาก นั่งพนมมือรับพรกันด้วยความนอบน้อม

๗. วันรุ่งขึ้น จัดกิจกรรมที่โรงเรียนซานอังเคล

เมื่อพระอาจารย์เดินทางไปถึง ปรากฏว่าเด็ก ๆ ระดับมัธยมต้นจำนวน ๑๕๐ คน นั่งรอกันอยู่แล้ว พวกเขาตื่นเต้นมากเมื่อเห็นพระ

วันนี้เด็ก ๆ นั่งสมาธิไป ๒๕ นาที เมื่อพระอาจารย์ถามผลการปฏิบัติธรรมก็ยกมือกันใหญ่ บอกว่าเห็นแสงสว่างบ้าง ตัวลอยบ้าง

หลังจากนั้นพระอาจารย์เดินทางไปฉันเพลที่มหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอ  วิทยาเขตเมืองปัวบลา ที่นี่มีคนมาขอพรด้วย และเมื่อพระอาจารย์อธิบายความหมายของพร  เขาก็ตื่นเต้นดีใจกันใหญ่  ประเทศนี้เป็นประเทศเดียวในแถบละตินอเมริกาที่มีคนเข้ามาขอพรจากพระกันมากมาย  พระอาจารย์บอกว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนนี้ไม่น่ายาก

๘. รุ่งขึ้นทีมงานกลับไปที่โรงเรียนซานอังเคลอีกครั้ง เพื่อนำนั่งสมาธิแก่กลุ่มครูและผู้ปกครอง  แต่เมื่อไปถึงก็ต้องแปลกใจ เพราะมีแต่เด็กอนุบาลและประถมเกือบ ๒๐๐ คน และครูอีก ๓๐ คน   พระอาจารย์จึงเปิดวิดีโอ แล้วอธิบายเรื่องสมาธิกับการเป็นเด็กเก่งและดี

เด็กโรงเรียนนี้ว่าง่าย  บอกให้ทำอะไรก็ทำ  บอกให้กลืนดวงดาวเข้าไปในท้อง  แล้วมองดูดวงดาวสว่างนั้นไปเรื่อย ๆ ก็ทำตามได้อย่างง่าย ๆ  เมื่อพระอาจารย์ถามผลการปฏิบัติธรรม  มีคนตอบว่า สบายเหมือนบินได้ แถมยังเห็นดวงดาวกันถ้วนหน้า บางคนบอกว่า เหมือนไม่มีตัวเองอยู่ตรงนี้เลย หลังจากนั้นพระอาจารย์ก็ปิดท้ายด้วยเรื่องพระคุณพ่อแม่


เลิกกิจกรรมแล้ว มีคุณแม่พาลูกสาวมาขอพร บอกว่าลูกเป็นโรคลมชัก  พระอาจารย์เลยให้นึกถึงความดีที่ทำมาและสวดให้พร  เขาปลื้มขนาดร้องไห้เลยทีเดียว

๙. ภารกิจวันต่อมา ทีมงานกลับไปที่มหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโออีกครั้ง

รอบนี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยและผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรม ๑๖๐ คน  พระอาจารย์อธิบายถึงความสำคัญของสมาธิว่า  ช่วยแก้ปัญหาการเรียนและชีวิตได้อย่างไร  หลังจากนั้นนำนั่งสมาธิ  ๔๕ นาที ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ที่ดี  มีคนหนึ่งถามว่า นั่งไปสักพักรู้สึกตัวขยายแล้วก็หดลง  เขาทำผิดหรือไม่   ส่วนอีกคนถามว่า  นั่งแล้วเห็นแสงสว่างภายใน  มีความสุข แล้วแสงก็หายไป  เป็นความมืดแทน เขาทำผิดไหม  ต้องทำอย่างไรต่อ

ค่ำวันนี้ ไปจัดกิจกรรมที่ศูนย์โยคะ มีคนเข้าร่วมกิจกรรม ๑๐ คน ส่วนใหญ่หน้าตาเคร่งเครียด พระอาจารย์นำนั่งนานถึง ๑ ชั่วโมง  มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า รู้สึกว่าครึ่งตัวล่างหายไป  เมื่อเลิกนั่งแล้ว พวกเขาขอให้พระอาจารย์สวดให้พรด้วย

๑๐. วันต่อมาเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนไซมอนโบลิวาร์  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ ๒ แล้ว

รอบแรกเป็นรอบของนักเรียนประถม ๑๑๐ คน บรรยากาศในโรงเรียนนี้เบิกบานเป็นพิเศษ เด็กยกมือแย่งกันตอบคำถามเรื่องสมาธิกับพระอาจารย์กันด้วยความกระตือรือร้น

รอบต่อไปเป็นเด็กมัธยมปลายและผู้ปกครอง ทั้งหมดมีประมาณ ๔๐ คน ที่น่าแปลกคือเด็กดูหน้าตาไม่ค่อยร่าเริง แถมผู้ประสานงานยังขอให้พระอาจารย์ช่วยสอนเรื่องความเคารพด้วย

รอบนี้นั่งสมาธิ ๔๐ นาที บรรยากาศเงียบ ตั้งใจนั่งกันดี  ส่วนใหญ่ดูผ่อนคลาย  หลายคนรู้สึกตัวหาย  ตัวลอย  ตัวขยาย   เมื่อพระอาจารย์ถามว่าใครเห็นดวงอาทิตย์ในท้องบ้าง  ก็ยกมือเกินครึ่ง  เรียกว่าไม่ธรรมดาทีเดียว



วันนี้  พระอาจารย์สอนเรื่องความเคารพ ว่ามาจากการมองเห็นความดีของผู้อื่น  เริ่มต้นจากการเรียนรู้ที่จะเคารพตนเองให้เป็น  ด้วยการสร้างความดีให้เกิดขึ้นในตัว  เด็กกลุ่มนี้ตั้งใจฟังมาก ทำให้อาจารย์ใหญ่แปลกใจ เพราะปกติเด็กพวกนี้ไม่ใส่ใจฟังอะไรทั้งนั้น

๑๑. จัดปฏิบัติธรรม ๓ วัน ที่เมืองแอทลิโก ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤศจิกายน

คนที่มาร่วมกิจกรรมมีทั้งหมด ๑๒ คน  พวกเขาทราบข่าวจากสื่อออนไลน์  ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงกวัยกลางคนที่ดูเครียด ๆ  ที่มาร่วมกิจกรรมก็เพราะอยากมาค้นหาคำตอบให้ชีวิต  อยากเข้าใจตัวเอง

ผลการปฏิบัติธรรมของกลุ่มนี้ถือว่าใช้ได้ทีเดียว เช่น รู้สึกเหมือนเข้าไปในอุโมงค์ที่ปลายทางมีแสงสว่าง รู้สึกมีความสุขมาก แต่เมื่อพยายามเข้าไปหาแสง แสงกลับหายไป บางคนเห็นแสงสีต่าง ๆ ที่บริเวณด้านหน้า รู้สึกสบาย รู้สึกถึงความโล่งว่าง บางคนเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอก รู้สึกเหมือนตกจากที่สูง บางคนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วตัว ฯลฯ

รอบนี้พระอาจารย์เน้นเทศน์เรื่องความเข้าใจชีวิต  การปล่อยวาง  การรักตัวเอง และการทำให้ตัวเองมีความสุขอย่างสมบูรณ์แบบ  ซึ่งน่าจะโดนใจผู้ฟังมาก  พวกเขาจึงนั่งซับน้ำตาเป็นระยะ ๆ   ก่อนพระอาจารย์จะกลับก็มีคนมาขอพร  แถมบางคนยังเอาของมาให้เสกด้วย

๑๒. วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน จัดกิจกรรมสุดท้ายที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ ที่มหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอ วิทยาเขตเม็กซิโกซิตี้

ปีนี้  ทีมงานทุ่มให้กับมหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอกันเต็มที่  รอบนี้มีนักศึกษาและอาจารย์เข้าร่วม กิจกรรมประมาณ ๒๐๐ คน   เปิดรายการด้วยการกล่าวต้อนรับจากท่านอธิการบดี   ท่านกล่าวว่า มหาวิทยาลัยพยายามเปิดกว้างให้นักศึกษามีโอกาสพัฒนาศักยภาพ  ทั้งเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพ ความรู้ และคุณธรรมควบคู่กันไป  เมื่อถึงคิวพระอาจารย์   ท่านก็อธิบายเชื่อมต่อว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพอยู่ที่การพัฒนาจิตใจ  ซึ่งเรียกความสนใจก่อนนั่งสมาธิได้ดีทีเดียว

รอบนี้ พระอาจารย์นำนั่งไปเกือบ ๔๐ นาที ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บอกว่าเห็นแสงที่กลางท้อง

วันนี้  กลุ่มอาจารย์และนักศึกษาซึ่งมาจากชมรมพัฒนาคุณภาพมนุษย์  บอกว่าชอบและดีใจมากที่ได้มาร่วมกิจกรรม  ส่วนท่านอธิการบดีประทับใจมาก  บอกว่าเนื้อหาที่บรรยายสอดคล้องกับหลักการของมหาวิทยาลัย  อยากให้ทีมงานมาอีก  ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง



๑๓. หลังจากทีมงานพีซเรฟโวลูชันกลับมาจากการจัดกิจกรรมในประเทศเม็กซิโกแล้ว  มาเซลา  ผู้ประสานงานของพีซเรฟโวลูชัน ได้รับการติดต่อจากมหาวิทยาลัยเทคมิเลนิโอให้จัดทำหลักสูตร Mindfulness Course ซึ่งก็คือ  คอร์สสติกับสมาธินั่นเอง  แต่ที่ใช้คำนี้เพราะฟังดูเป็นกลางกว่าคำว่า Meditation  ที่หลายคนยังเข้าใจว่าเกี่ยวกับศาสนาอยู่  โดยทางมหาวิทยาลัยจะเชิญมาเซลาและอิลเซไปทดลองสอนหลักสูตรนำร่องใน ๔ วิทยาเขตของเมืองมอนเตอเรย์   ถ้าหากหลักสูตรนำร่องประสบความสำเร็จดี ทางมหาวิทยาลัยมีแผนให้จัดการสอนแก่ ๓๐ วิทยาเขตทั่วประเทศซึ่งมีนักศึกษาถึง ๑๒,๐๐๐ คน เป็นเวลา ๑๕ สัปดาห์ และพร้อมที่จะออกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหารของทีมงานตลอดโครงการ

เรียกได้ว่างานนี้จะเป็นโมเดลสำคัญในการก้าวไปสู่ความสำเร็จอันยั่งยืนอีกจุดหนึ่งของโครงการพีซเรฟโวลูชันเลยทีเดียว และจะทำให้ได้เครดิตอย่างมหาศาลกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ไม่เฉพาะในละตินอเมริกาเท่านั้น

ตลอดเวลากว่า ๗ ปี  ที่ทีมงานพีซเรฟโวลูชันทำภารกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกแก่ชาวต่างประเทศ ไม่ว่าในประเทศใดก็ตาม  มิได้มุ่งเน้นที่จะไปเปลี่ยนศาสนาของใคร  แต่มุ่งนำคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปช่วยกำจัดทุกข์แก่ชาวโลก  โดยสอนวิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง คือ พระรัตนตรัยภายใน  และเมื่อใดก็ตามที่เขาเหล่านั้นสามารถเข้าถึงความสุขภายในไปจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในได้แล้ว  เขาจะตระหนักถึงคุณค่าอันไม่มีประมาณของศาสนาพุทธ  และจะเกิดศรัทธาที่แท้จริงในพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า  "ตถาคตโพธิสัทธา"   จากนั้นเขาจะเป็นกำลังหลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปสู่ผู้คนในท้องถิ่นต่อไป  ดังเช่น  พีซเอเจนต์และพีซอาร์คิเทคที่ทำหน้าที่เผยแผ่อยู่ตามประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบัน และบรรพบุรุษชาวไทยในอดีตที่เรียนรู้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากสมณทูตและนำมาปฏิบัติตาม  เมื่อเห็นผลด้วยตนเองแล้ว  ก็ช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาจนกระทั่งเจริญรุ่งเรืองและสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

กราบอนุโมทนาบุญทีมงานพีซเรฟโวลูชัน และทุก ๆ ทีมงาน ที่จาริกไปเพื่อประโยชน์  เพื่อความสุขแก่มหาชนชาวโลกตลอดมา

อ้างอิง : ทีมงานพีซเรฟโวลูชัน
Cr. อยู่ในบุญ เดือนมีนาคม 2558 สำนักสื่อธรรมะ
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกในเม็กซิโก ดินแดนที่ผู้คนชอบขอพรพระ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกในเม็กซิโก ดินแดนที่ผู้คนชอบขอพรพระ  Reviewed by สำนัก สื่อธรรมะ on 00:27 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.